ชาวออฟฟิศหลายคนงานล้นมือ งานด่วนเข้ามาบ้าง ต้องเร่งทำให้เสร็จตามเดดไลน์บ้าง เดี๋ยวก็ต้องประชุมติดต่อกันหลายชั่วโมง ส่งผลให้เมื่อปวดปัสสาวะก็มักอั้นไว้ โดยอ้างเหตุผลว่า ยังปวดไม่มาก ทนได้ รอให้ปวดสุด ๆ ก่อน หรือรอจนทนไม่ไหวจึงค่อยเข้าห้องน้ำ
ขณะที่บางสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เช่น รถติดบนทางด่วน ทำให้ไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้ทันที ต้องอั้นปัสสาวะไว้ก่อน พฤติกรรมเหล่านี้อาจกลายเป็นความเคยชินจนติดเป็นนิสัย และส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คิด กลายเป็นปัญหาสุขภาพ
โดยหนึ่งในโรคที่พบได้ในผู้ที่มีพฤติกรรมอั้นปัสสาวะ คือ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เมื่ออั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เชื้อแบคทีเรียอาจเพิ่มจำนวน และเกาะติดผนังกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการอักเสบ โดยมีอาการ เช่น ปวดท้องน้อย ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะไม่สุด หรือรู้สึกแสบขณะปัสสาวะ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ชาวออฟฟิศอาจคิดว่า โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากมองข้ามและปล่อยให้การติดเชื้อลุกลาม อาจทำให้เกิดการอักเสบที่ไต และหากมีการติดเชื้อรุนแรงจนเข้าสู่กระแสเลือด ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection: UTI) คือ ภาวะที่ระบบทางเดินปัสสาวะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อแบคทีเรีย โดยอาจมีหรือไม่มีอาการ และเป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ซึ่งพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
นอกจากนี้ การติดเชื้อยังสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายตำแหน่งของระบบทางเดินปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็น ไต กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่ไม่ซับซ้อน เป็นการติดเชื้อในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีโครงสร้างของระบบทางเดินปัสสาวะปกติ
- การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่ซับซ้อน เป็นการติดเชื้อในผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอหรือมีโครงสร้างของระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ
ลุกลามสู่ความรุนแรง โรคกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) หากคิดว่าโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบกินยาแล้วก็หาย ไม่ร้ายแรง และยังกลับไปทำพฤติกรรมเดิมจนติดเป็นนิสัย เชื้อโรคอาจแพร่กระจายย้อนขึ้นไปยังไตได้ โดยกรวยไตอักเสบเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีความรุนแรงจากการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากเชื้อโรคแพร่กระจายผ่านท่อไตไปยังบริเวณกรวยไต อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- มีไข้สูง หนาวสั่น
- ปวดเอวข้างเดียว โดยอาจปวดลามไปถึงท้องน้อย
- ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน
- คลื่นไส้ อาเจียน
หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง โรคกรวยไตอักเสบอาจนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดและภาวะไตวายได้
เราสามารถดูแลสุขภาพระบบทางเดินปัสสาวะได้ ดังนี้
1. ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมช่วยให้ปัสสาวะเจือจาง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่ว และช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว หรือตามน้ำหนักตัว
2. ปัสสาวะจนรู้สึกว่าสุด
การปัสสาวะให้สุดช่วยลดปัญหาปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้
3. เลี่ยงกาแฟและคาเฟอีน
คาเฟอีนอาจกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น และทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการระคายเคืองได้
4. ดูแลสุขอนามัย
ทำความสะอาดทุกครั้งหลังขับถ่าย โดยเช็ดจากด้านหน้าอวัยวะเพศไปด้านหลัง เพื่อป้องกันการปนเปื้อน สำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือน ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3-4 ชั่วโมง หากจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำสาธารณะ ควรทำความสะอาดฝารองนั่งชักโครกก่อนใช้งาน
ที่มาข้อมูล : navamin9, synphaet, nakornthon