รัฐบาลเตรียมใช้เครดิตภาษีรูปแบบใหม่ดึงดูดการลงทุน เปิดทางนำเครดิตไปชำระภาษีและขอคืนส่วนที่เหลือเป็นเงินสดตามเงื่อนไข เชิญภาคธุรกิจร่วมเสนอความเห็นถึง 5 พ.ย. นี้
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือส่งเสริมการลงทุนรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้สอดคล้องกับกติกาภาษีระหว่างประเทศ โดยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติการให้สิทธิประโยชน์ในรูปแบบเครดิตภาษีที่ขอคืนได้เป็นเงินสดที่เป็นไปตามเกณฑ์ หรือ Qualified Refundable Tax Credits (QRTC) ระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2569 เพื่อรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจและประชาชนก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
นางสาวลลิดากล่าวว่า การพัฒนาเครื่องมือ QRTC มีเป้าหมายเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการลงทุนของประเทศไทย ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของกติกาภาษีโลก โดยเฉพาะแนวทางการจัดเก็บภาษีจากกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้มาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านภาษีรูปแบบเดิมมีประสิทธิภาพลดลง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาสิทธิประโยชน์ที่สามารถตอบโจทย์นักลงทุน ขณะเดียวกันต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบต่อรายได้ของรัฐ
สำหรับ QRTC เป็นเครดิตภาษีรูปแบบที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยผู้ได้รับสิทธิสามารถนำเครดิตไปใช้ชำระภาษี และอาจขอคืนเครดิตส่วนที่เหลือเป็นเงินสดหรือสิ่งเทียบเท่าเงินสดได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการทุกแห่งจะได้รับสิทธิหรือสามารถขอรับเงินสดได้ทันที เนื่องจากต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและกระบวนการอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
นางสาวลลิดาอธิบายว่า หลักการร่างกฎหมายเสนอให้กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิ ประเภทค่าใช้จ่ายหรือกิจกรรมที่ได้รับการส่งเสริม รวมถึงอัตราและมูลค่าเครดิตภาษี ผ่านพระราชกฤษฎีกา โดยผู้ประกอบการที่ประสงค์ใช้สิทธิต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานต่อกรมสรรพากร และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาการให้สิทธิประโยชน์ ซึ่งมีอธิบดีกรมสรรพากรเป็นประธาน พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้การอนุมัติเป็นไปตามวัตถุประสงค์และสามารถตรวจสอบได้
ในส่วนของการใช้สิทธิ หลักการร่างกฎหมายกำหนดให้ใบรับรองสิทธิประโยชน์อิเล็กทรอนิกส์มีอายุ 4 ปีนับจากวันที่คณะกรรมการอนุมัติ โดยผู้ได้รับสิทธิสามารถนำเครดิตไปใช้ชำระภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และเมื่อพ้น 3 ปีนับแต่วันเริ่มต้นสิทธิประโยชน์ จึงอาจยื่นคำขอรับเงินสดจากยอดเครดิตที่ยังคงเหลือได้ตามเงื่อนไข ทั้งนี้ การได้รับอนุมัติเครดิตภาษีจึงไม่ได้หมายถึงการได้รับเงินสดทันที
นอกจากนี้ เพื่อรักษาวินัยทางการคลังและคุ้มครองรายได้ของรัฐ หลักการร่างกฎหมายเสนอให้กำหนดเพดานการกันเงินจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จัดเก็บได้ ภายหลังหักเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่นำส่งตามแบบ ภ.ง.ด.53 ในอัตราไม่เกินร้อยละ 1 เพื่อเป็นแหล่งเงินสำหรับการให้สิทธิประโยชน์และการบริหารจัดการ โดยให้คณะกรรมการกำหนดวงเงินสิทธิประโยชน์ในแต่ละปี ซึ่งอัตราร้อยละ 1 ดังกล่าวเป็นเพดานการกันเงินตามข้อเสนอ ไม่ใช่อัตราเครดิตภาษีที่ผู้ประกอบการแต่ละรายจะได้รับ
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายยังวางกลไกตรวจสอบและป้องกันการใช้สิทธิโดยมิชอบ โดยเสนอให้คณะกรรมการสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกสิทธิประโยชน์ หากผู้ได้รับสิทธิขาดคุณสมบัติ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ รวมถึงสามารถเรียกคืนเครดิตภาษีที่ใช้ไปแล้วหรือเงินสดที่ได้รับ พร้อมดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ให้ข้อมูลหรือหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการทุจริตเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์
“รัฐบาลต้องการสร้างเครื่องมือส่งเสริมการลงทุนที่ทันต่อกติกาเศรษฐกิจโลก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มโอกาสดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย แต่การให้สิทธิประโยชน์ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่สร้างภาระต่อฐานะการคลังโดยไม่มีการควบคุม จึงต้องกำหนดทั้งคุณสมบัติ ขั้นตอนอนุมัติ และมาตรการเรียกคืนสิทธิอย่างชัดเจน” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญผู้ประกอบการ บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั้งไทยและต่างประเทศ องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎหมาย QRTC ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยเฉพาะประเด็นคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ ขั้นตอนการอนุมัติ การใช้เครดิตภาษี การขอคืนเงินสด และกลไกตรวจสอบ เพื่อให้การพัฒนามาตรการส่งเสริมการลงทุนเป็นไปอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ QRTC ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎหมาย ยังไม่ใช่มาตรการที่เปิดให้ผู้ประกอบการยื่นขอใช้สิทธิหรือรับเงินคืนได้ในขณะนี้