สภาองค์กรผู้บริโภค ขีดเส้นตาย กสทช. จี้สำนักงานจัดประชุม 6 กรรมการที่เหลือ แก้ 149 วาระค้าง ห่วง 23% C-Band ประชาชนดูทีวีไม่ได้ ลั่น “หมดเวลาไม่ทำงาน” จ่อร้อง ป.ป.ช.ทันที
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เวลา 09.45 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการสนับสนุนการประชุมของกรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คน โดยได้ยื่นบันทึก 2 ฉบับ ต่อนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.
น.ส.สารี กล่าวว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ทำบันทึกถึง กสทช. จำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับแรกลงวันที่ 8 กันยายน 2569 ขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครอง และสนับสนุนการประชุมของกรรมการที่เหลือ โดยบันทึกฉบับนี้ ลงนามร่วมกันระหว่างสภาองค์กรของผู้บริโภคและสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ซึ่งเราเห็นว่าการที่ กสทช.ที่เหลือ 6 ท่านไม่สามารถประชุมได้นั้น สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างความเสียหายต่อการคุ้มครองผู้บริโภค ขณะนี้มีวาระที่ค้างอยู่เดิมอย่างน้อย 149 วาระ เชื่อว่าจำนวนวาระจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ไม่สามารถจัดประชุมได้ ส่วนบันทึกฉบับที่ 2 ลงวันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นการขอให้สำนักงานสนับสนุนการประชุมกรรมการ กสทช. ที่เหลือ และถือเป็นการติดตามบันทึกฉบับแรก
“ดิฉันเห็นว่าสำนักงานเองก็ยังไม่สามารถสนับสนุนการประชุมได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น วันนี้ก็เลยมาตามว่าจะสามารถจัดประชุมได้หรือเปล่า” น.ส.สารีกล่าว
ทั้งนี้ น.ส.สารี กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 7 ตุลาคม ได้รับแถลงการณ์ของ กสทช.ผ่านผู้สื่อข่าว ที่ระบุว่า นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.ได้เตรียมการจัดประชุมคณะกรรมการ กสทช. ในวันที่ 8 ตุลาคม ตามที่กรรมการ กสทช.ทั้ง 6 คนแจ้งมายังสำนักงาน และสำนักงานได้เสนอผู้มีอำนาจประชุมตามระเบียบแล้ว โดยประธาน กสทช.แจ้งว่าติดภารกิจและขอลาประชุม ซึ่งถ้าเป็นข่าวแบบนี้ ก็คิดว่าก็เป็นข่าวที่ดี เพราะฉะนั้น วันนี้ก็เลยมาตามว่าจะสามารถประชุมได้จริงหรือไม่ และสำนักงานจะสนับสนุนหรือไม่
น.ส.สารี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการคือการจัดทำแผนปฏิบัติการและโรดแมปสำหรับโทรทัศน์ดิจิทัล เนื่องจากแผนแม่บททีวีดิจิทัลผ่านมานานแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีโรดแมปที่ออกมาตามแผน ส่งผลให้ผู้ประกอบการและบุคลากรในวงการโทรทัศน์ไม่ทราบทิศทางในอนาคต และไม่รู้จะทำอะไรต่อ จะปรับไปอยู่อย่างไร หรือแม้กระทั่ง สภาองค์กรของผู้บริโภคร่วมกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้จัดประชุมกับ กสทช.มาแล้ว 2 ครั้ง และพบว่าผู้บริโภคประมาณ 23% ที่รับชมโทรทัศน์ผ่านระบบ C-Band อาจไม่สามารถรับชมโทรทัศน์ได้ภายในปี 2572 ซึ่งเป็นจำนวนหลายล้านคน
น.ส.สารี กล่าวอีกว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหากลุ่มผู้ใช้ C-Band ที่อาจไม่สามารถรับชมโทรทัศน์ได้ในอนาคต โดยจะเชิญสำนักงาน กสทช. บริษัทโทรคมนาคมทั้ง 2 ราย โอเปอเรเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาจอดำ รวมถึงนักวิชาการ เข้ามาร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ขณะนี้ทุกช่อง ทั้งช่อง 36 ช่อง 31 รวมถึง Thai PBS และช่อง 7 ต่างรอการตัดสินใจของ กสทช.เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการ เพื่อให้โทรทัศน์ดิจิทัลมีอนาคต รวมถึงมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคภายหลังการควบรวมกิจการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่มีความคืบหน้า
“จุดยืนของสภาองค์กรของผู้บริโภค เราก็อยากเห็นว่ามีทีวีที่ประชาชนสามารถดูได้ฟรี โดยที่ไม่เสียสตางค์ ไม่ว่าจะผ่านแบบไหนก็ตาม จะผ่านแพลตฟอร์ม จะผ่านสตรีมมิ่ง จะผ่านแบบไหนก็ตาม แต่ว่าเราควรดูทีวีเพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้” น.ส.สารีกล่าว
“วันนี้ดิฉันคิดว่า ก็ถือว่าเป็นเดดไลน์ ถ้าสำนักงานไม่สามารถสนับสนุนให้กรรมการ กสทช.ที่เหลือประชุมได้ ก็ไปเจอกับเราที่ ป.ป.ช. หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าก็หมดเวลาแล้วที่คุณจะไม่ทำงาน คุณก็ต้องทำงาน หากวันนี้สามารถจัดประชุมได้ จะถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะอย่างน้อยกิจการโทรคมนาคมและกิจการสื่อสารจะสามารถเดินหน้าต่อ เพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะและคุ้มครองผู้บริโภค” นางสาวสารีกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคขีดเส้นตายสำนักงาน กสทช.ให้สนับสนุนการประชุมกรรมการ กสทช.ที่เหลือ 6 คน เพื่อเร่งพิจารณาวาระค้างอย่างน้อย 149 วาระ หลังไม่สามารถประชุมได้ต่อเนื่อง โดยย้ำว่าหากสำนักงาน กสทช.ยังไม่สามารถสนับสนุนการประชุมได้ จะเดินหน้าร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 19 กันยายนนี้ พร้อมเรียกร้องให้ กสทช.เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการและโรดแมปทีวีดิจิทัล เพื่อแก้ปัญหาผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับชมผ่านระบบ C-Band ที่อาจได้รับผลกระทบในอนาคต