คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangศรีราชา · เปลี่ยน

‘วัส’ เปิด 5 ข้อโต้แย้งปม กสทช. ชี้ยังเลือกประธานใหม่ไม่ได้ ต้องรอโปรดเกล้าฯ ให้ ‘สรณ’ พ้นตำแหน่ง

ที่มา: มติชน

‘วัส’ เปิด 5 ข้อโต้แย้งปม กสทช. ชี้ยังเลือกประธานใหม่ไม่ได้ ต้องรอโปรดเกล้าฯ ให้ ‘สรณ’ พ้นตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์บทวิเคราะห์ผ่านเฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” ถึงข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการประชุม กสทช.นัดพิเศษ และสถานะประธาน กสทช. โดยเห็นว่า ต้องแยกระหว่างการเลือกผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมชั่วคราว กับการเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ ซึ่งมีเงื่อนไขและขั้นตอนทางกฎหมายต่างกัน

นายวัสระบุว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ พิรงรอง รามสูต และ รศ.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ได้ออกเอกสารชี้แจงการประชุมนัดพิเศษรวม 4 ครั้ง ยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้การบริหารองค์กรหยุดชะงักจนกระทบประโยชน์สาธารณะ

ตามเอกสารที่นายวัสนำมาอ้างอิง กรรมการทั้ง 3 คนระบุว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช.วินิจฉัยว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ มีลักษณะต้องห้ามและสละสิทธิเข้ารับตำแหน่งมาตั้งแต่แรก โดยศาลปกครองกลางพิพากษาว่าคำวินิจฉัยชอบด้วยกฎหมาย และยังไม่มีคำสั่งระงับหรือทุเลาการบังคับ จึงเห็นว่ากรรมการที่เหลือสามารถปฏิบัติหน้าที่และเลือกผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าไม่มีการสั่งลบเทปบันทึกเสียงการประชุม มีการบันทึกเสียงและจัดทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม รศ.ศุภัช ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ส่งมติที่รับรองแล้วให้รักษาการเลขาธิการ กสทช.นำไปดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม นายวัสเสนอข้อโต้แย้งทางกฎหมาย 5 ประเด็น ได้แก่

1. การใช้มาตรา 18 กับมาตรา 20 มีเงื่อนไขต่างกัน

นายวัสเห็นว่า คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เป็นการวินิจฉัยตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) กรณีมีลักษณะต้องห้ามก่อนเข้ารับตำแหน่ง ขณะที่มาตรา 20 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับเหตุพ้นจากตำแหน่งภายหลังเข้าดำรงตำแหน่งแล้ว การอ้างมาตรา 20 วรรคสาม ให้กรรมการที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ต่อโดยตรง จึงอาจถูกโต้แย้งได้

2. กระบวนการพ้นจากตำแหน่งยังต้องรอโปรดเกล้าฯ

นายวัสระบุว่า แม้นายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลให้ นพ.สรณพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20 แต่ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง จึงเห็นว่ากระบวนการต่อเนื่องจากการพ้นตำแหน่งยังไม่อาจเริ่มขึ้นได้

3. เลือกประธานในที่ประชุมชั่วคราวได้ตามข้อบังคับ

นายวัสเห็นว่า หนังสือคณะกรรมการสรรหาลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่สั่งให้ นพ.สรณหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เข้าลักษณะ “ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้” ซึ่งเปิดให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมตามข้อบังคับการประชุม กสทช.ข้อ 26 แต่ยังไม่ใช่กรณีตำแหน่งว่างลงถาวร

4. ยังเริ่มเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ไม่ได้

ในความเห็นของนายวัส การประชุมเลือกประธานคนใหม่ตามมาตรา 20 วรรคห้า เพื่อนำรายชื่อเสนอนายกรัฐมนตรีและนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ต้องรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประธานเดิมพ้นจากตำแหน่งก่อน

5. กรอบเวลาแจ้งวุฒิสภายังไม่เริ่มนับ

นายวัสเห็นเช่นเดียวกันว่า ระยะเวลา 15 วันสำหรับสำนักงาน กสทช.แจ้งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเริ่มกระบวนการสรรหากรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ยังไม่อาจเริ่มนับได้ ตราบใดที่ขั้นตอนการพ้นจากตำแหน่งยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

นายวัสสรุปว่า ความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนรอยต่อระหว่างอำนาจคณะกรรมการสรรหา กระบวนการบังคับทางปกครอง และกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โดยแม้ต้องรักษาความต่อเนื่องของบริการสาธารณะ แต่การเลือกประธานใหม่และการสรรหากรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้ครบถ้วนก่อน

ความคิดเห็น