วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ (ธงชัย สุขญาโณ) กรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะภาค 11 และเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสระเกศ ได้เข้ากราบถวายสักการะเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ณ ที่พักฟื้นพระอาพาธ จ.สุพรรณบุรี
ทั้งนี้ สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์มอบหมายให้คณะสงฆ์วัดสระเกศ ขอโอกาสกำหนดวันเข้าถวายสักการะจากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ โดยปรารภเหตุอันสมควรหลายวาระ แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมายังไม่สะดวกและยังไม่ได้รับโอกาสจากเจ้าประคุณสมเด็จฯ ให้เข้าถวายสักการะ จึงได้ปรารภรวมกันในครั้งนี้ ประกอบด้วย
1.ปรารภ เมื่อครั้งเกิดเหตุพระมหาเถระวัดสระเกศจำนวน 5 รูปถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองควบคุมตัว และเป็นเหตุแห่งคดีความยาวนานถึง 7 ปี ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2561-2567 ในระหว่างนั้นเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้เป็นสหธรรมมิกในประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และเป็นครูบาอาจารย์ที่สัทธิวิหาริกในเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ล้วนเคารพนับถือ ได้ให้ข้อคิดแนวทางปฏิบัติและแนวทางในการแก้ปัญหาแก่พระมหาเถระทั้ง 5 รูปไว้ จนกระทั่งการต่อสู้ทางคดีถึงที่สุด มีคำสั่งศาลยกฟ้องโดยลำดับ จึงเป็นความเมตตาประการหนึ่งที่ศิษยานุศิษย์ในเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ล้วนระลึกถึงคุณูปการนี้
2.ในโอกาสที่เจ้าประคุณสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569
3.เนื่องในธรรมเนียมปฏิบัติเข้าพรรษา ที่พระสงฆ์หรือคณะสงฆ์จะได้ทำพิธีสามีจิกรรมต่อพระอุปัชฌาย์อาจารย์ และพระมหาเถระซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ
4 .ในคราวครบรอบมรณกาลปีที่ 13 และพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ผู้เป็นบูรพาจารย์ในสำนักวัดสระเกศ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นอกจากนี้ สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์และคณะสงฆ์วัดสระเกศได้นำหนังสือบันทึกคดีพระเถระวัดสระเกศ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องตลอดจนกระบวนการต่อสู้ฯ ถวายแด่หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ด้วย
5.ในโอกาสที่คณะสงฆ์วัดสระเกศจำนวน 8 รูป ได้รับโปรดเกล้าฯ ตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์พระราชาคณะ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นั้นด้วย
ภายหลังการทำพิธีสามีจิกรรมและการถวายสักการะแล้ว สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้กล่าวขอบคุณในน้ำใจและการมีสาราณียธรรมตามกาลของคณะสงฆ์วัดสระเกศ และเมตตาให้โอวาทธรรม
โดยปรารภถึงความผูกพันอันยาวนานระหว่างตัวของเจ้าประคุณสมเด็จฯ กับคณะสงฆ์วัดสระเกศ โดยเฉพาะในยุคของอดีตเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ตั้งแต่ได้ร่วมกันวางรากฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) จนกลายเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางพระพุทธศาสนาที่มั่นคงและทันสมัยมาถึงปัจจุบัน ซึ่งเข้าไปสนองงานรวมระยะเวลานับกว่าสิบปี
นอกจากนี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ยังได้กล่าวถึงพระเถระวัดสระเกศทั้ง 5 รูป รวมถึงคณะสงฆ์วัดสระเกศ ที่ผ่านการต่อสู้เรื่องราวต่างๆ ว่าด้วยคดีความ ด้วยความอดทนและมั่นคงในความบริสุทธิ์ของการครองสมณเพศ จนกระทั่งพ้นมลทินทั้งปวง ได้รับคืนสมณศักดิ์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ตลอดจนพระเถระวัดสระเกศได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ครบทุกรูปในครั้งนี้ โดยได้ให้ข้อคิดอันทรงคุณค่าไว้ว่า “เมื่อพ้นจากอุปสรรคแล้ว กลับทำให้เจริญขึ้นและเติบโตขึ้น”
ซึ่งสร้างความปลื้มปีติและเป็นกำลังใจอันสำคัญยิ่งแก่คณะสงฆ์วัดสระเกศในการสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป