กําลังติดตามการเสริมแกร่งให้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน
รัฐบาลชุดนี้ถือเป็นรัฐบาลที่มีความแข็งแรงจนมิอาจปฏิเสธได้
หนึ่ง มีจำนวน ส.ส.ของพรรคเกือบ 200 คน เมื่อรวมกับพรรคเพื่อไทยที่มี ส.ส.กว่า 70 คนก็เกินกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ในสภาแล้ว
แถมขณะนี้ยังมีข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอาจจะเข้ามาเสริมความแข็งแรงอีกเกือบ 60 เสียง
หากเป็นเช่นนั้น แค่ 3 พรรค รัฐบาลก็จะมีเสียงทะลุสามร้อยจากทั้งหมดห้าร้อย
และแค่ 3 พรรคก็ทำให้พรรคภูมิใจไทยมีอำนาจต่อรองกับพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมมากขึ้น
เพียงเท่านี้รัฐบาลก็แข็งแกร่งสุดๆ
สอง รัฐบาลชุดนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสภา อย่างน้อยก็ 130 เสียงจาก 200 เสียง
การมีวุฒิสภาสนับสนุนนอกจากจะทำให้งานฝ่ายนิติบัญญัติราบรื่นแล้ว ยังสามารถสกัดพรรคฝ่ายค้านในเรื่องที่รัฐบาลไม่เห็นด้วยได้เป็นอย่างดี
นี่ยังไม่รวมกับการคัดเลือกกรรมการในองค์กรอิสระที่มีผลต่อการเมืองและรัฐบาลมาโดยตลอด
ด้วยปัจจัยประการนี้ ยิ่งทำให้รัฐบาลมีความแข็งแกร่งสุดๆ เข้าไปอีก
นอกจากนี้ หากสังเกตดีๆ การเติบโตของพรรคภูมิใจไทยมักมีแรงเกื้อหนุนอื่นๆ ที่เข้ามาช่วย ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้หลายครั้ง
โดยเฉพาะการชูธงด้านความมั่นคง ทำให้กองทัพมองเห็นเป็นพวกเดียวกัน
ปัจจัยที่เกื้อหนุนนี้ยิ่งทำให้รัฐบาลแข็งแกร่งสุดๆ และสุดๆ
ด้วยความแข็งแกร่งของรัฐบาลน่าจะนำไปสู่ความสำเร็จของนโยบายที่ประกาศไว้ตอนหาเสียง
รัฐบาลที่มีความแข็งแกร่งในอดีต คือ รัฐบาลพรรคไทยรักไทย และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ต้องยอมรับว่า ในช่วงที่รัฐบาลไทยรักไทยบริหารประเทศ ทักษิณ ชินวัตร สามารถผลักดันนโยบายรัฐบาลเป็นรูปธรรม
เพียงแต่ภายหลังจากรัฐบาลทักษิณบริหารไปครบเทอม ก็เริ่มมีผู้ประท้วง และนำไปสู่การรัฐประหาร
ผลการบริหารงานของรัฐบาลทักษิณ ทำให้ชนะเลือกตั้งติดต่อกันมา และเพิ่งมาพ่ายแพ้ตอนที่พรรคก้าวไกลเกิดขึ้น
สำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นอีกรัฐบาลที่แข็งแกร่ง
รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีเกราะป้องกันด้วยคำสั่งคณะรัฐประหาร และยังมีรัฐธรรมนูญปี 2560 เกื้อหนุน
แต่ผลจากการบริหารประเทศกลับไม่เบ่งบานเหมือนรัฐบาลทักษิณ
ภาคเอกชนมองว่าเป็น “หลุมดำ” ที่ทำให้เศรษฐกิจไม่เติบโต
กรณีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อาจจะมีข้อจำกัด เพราะการได้มาซึ่งอำนาจนั้นโลกไม่ยอมรับการรัฐประหาร
ช่วงเวลานั้นประเทศไทยจึงถูกโลกลืมไปชั่วขณะ ทำให้เศรษฐกิจไทยมีปัญหาสั่งสม
กรณีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ชี้ว่า ความแข็งแกร่งของรัฐบาลนั้นต้องคำนึงถึงโลกภายนอกด้วย
จากรัฐบาลที่แข็งแกร่งอย่างรัฐบาลไทยรักไทย กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
เมื่อมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งถือว่ามีความเข้มแข็ง
ประเทศไทยน่าจะมีโอกาสเติบโตแบบรัฐบาลไทยรักไทย
เพียงแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันที่เพิ่งเข้าทำหน้าที่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบจากประชาชนมากอยู่
จึงน่าศึกษาและติดตามว่า รัฐบาลที่แข็งแกร่ง มีที่มาจากการเลือกตั้ง มีปัจจัยหนุนมากมาย
สุดท้ายแล้วจะนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปได้ระดับใด
ระดับเหนือกว่ารัฐบาลไทยรักไทย ระดับที่ดีกว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
หรือจะเป็นระดับใด
เรื่องนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว ยังเป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกด้วย
นฤตย์ เสกธีระ