บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พ.ย. 69 ทำไมวงเงินเหลือ 300 บาท จากเดือนก่อน 1,000
ตอบข้อสงสัย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนพฤศจิกายน 2569 ทำไมวงเงินซื้อสินค้าที่เคยได้รับ 1,000 บาทในเดือนตุลาคม จึงเหลือเพียง 300 บาทในเดือนนี้ ล่าสุดกรมบัญชีกลางยืนยันแล้วว่า วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินซื้อสินค้า 300 บาทตามปกติ เนื่องจากมาตรการเพิ่มวงเงินพิเศษ 700 บาทสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากระบบจ่ายเงินขัดข้อง หรือการหักเงินของผู้ถือบัตร แต่เป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษสำหรับเดือนตุลาคม 2569 เท่านั้น
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอนุมัติเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าให้ผู้ผ่านเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 อีกคนละ 700 บาท จากวงเงินพื้นฐาน 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพจากสถานการณ์ราคาพลังงาน
เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน มาตรการเพิ่มเติมสิ้นสุดลง ผู้มีสิทธิจึงกลับมาได้รับวงเงินพื้นฐานเดือนละ 300 บาท โดยยังไม่มีประกาศอนุมัติให้ขยายวงเงินพิเศษอีก 700 บาทต่อไปในเดือนนี้
ทั้งนี้ วงเงินซื้อสินค้าไม่ใช่เงินสดที่โอนเข้าบัญชีธนาคาร แต่เป็นสิทธิสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยสามารถใช้ผ่านบัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ดหรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง ตามช่องทางที่ผู้มีสิทธิลงทะเบียนไว้
อีกเรื่องที่ผู้ถือบัตรควรตรวจสอบคือ วงเงินที่ไม่ได้ใช้ภายในเดือนตุลาคมจะไม่ถูกสะสมมาในเดือนพฤศจิกายน เพราะสิทธิซื้อสินค้าและค่าเดินทางของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกำหนดให้ใช้ภายในเดือนนั้นเท่านั้น
สำหรับรายละเอียดสิทธิเดือนพฤศจิกายน นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ว่า ผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการปี 2569 จะได้รับความช่วยเหลือตามกำหนดการดังนี้
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
- วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อคนต่อเดือน
- ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน สำหรับรอบเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569
- วงเงินค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน
- สิทธิลดค่าไฟฟ้าสูงสุด 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ตามเงื่อนไข
- สิทธิลดค่าน้ำประปาสูงสุด 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ตามเงื่อนไข
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2569
- เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาท สำหรับผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นคนพิการ มีบัตรประจำตัวคนพิการ และได้รับเบี้ยความพิการเดือนละ 800 บาทอยู่แล้ว
สำหรับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาท จะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ใช้รับเบี้ยความพิการ หรือบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ตามเงื่อนไขที่กำหนด ต่างจากวงเงินซื้อสินค้าและค่าเดินทางที่ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหนึ่งสิทธิที่ผู้ถือบัตรอาจไม่ได้รับ แม้จะผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว นั่นคือส่วนลดค่าน้ำประปา
รัฐบาลกำหนดให้ผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ทั้งรายเดิมและรายใหม่ ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิลดค่าน้ำประปาใหม่ทุกคน แม้ก่อนหน้านี้จะเคยได้รับความช่วยเหลือในโครงการปี 2565 มาแล้วก็ตาม
มาตรการนี้สนับสนุนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยหนึ่งบ้านสามารถใช้สิทธิได้หนึ่งสิทธิ หากค่าน้ำไม่เกิน 100 บาท รัฐจะช่วยจ่ายตามจำนวนที่ใช้จริง แต่หากเกิน 100 บาทและไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิต้องจ่ายส่วนต่างเอง
ตัวอย่างเช่น หากครัวเรือนมีค่าน้ำ 180 บาท และลงทะเบียนรับสิทธิเรียบร้อยแล้ว รัฐจะช่วยจ่าย 100 บาท ส่วนประชาชนจ่ายอีก 80 บาท แต่หากค่าน้ำเกิน 315 บาท จะไม่ได้รับส่วนลดตามมาตรการนี้
สำหรับผู้มีสิทธิรายใหม่ที่ลงทะเบียนภายในวันที่ 25 กันยายน 2569 และผ่านเงื่อนไข จะเริ่มได้รับส่วนลดสำหรับรอบการใช้น้ำเดือนตุลาคม ซึ่งปรากฏในใบแจ้งค่าน้ำประจำเดือนพฤศจิกายน
ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนควรตรวจสอบช่องทางและรอบการใช้สิทธิกับการประปาที่รับผิดชอบ เพราะมาตรการไม่จ่ายสิทธิย้อนหลังให้กับรอบบิลที่พลาดไป โดยผู้ใช้น้ำในต่างจังหวัดสามารถติดต่อการประปาส่วนภูมิภาค ส่วนกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ติดต่อการประปานครหลวง
นอกจากสิทธิค่าน้ำแล้ว ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน หรือ e-KYC ก็ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนก่อนเริ่มใช้สิทธิ
กระทรวงการคลังระบุว่า ผู้ที่ระบบกำหนดให้ยืนยันตัวตนสามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือธนาคารกรุงไทยได้ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 ส่วนช่องทางธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สิ้นสุดกำหนดการยืนยันตัวตนไปแล้วเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569
เมื่อยืนยันตัวตนสำเร็จ ผู้ผ่านเกณฑ์จะเริ่มใช้สิทธิได้ตามรอบเวลาที่โครงการกำหนด โดยผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการสามารถตรวจสอบสถานะผ่านเว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง
ส่วนประชาชนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 2569 ยังมีมาตรการช่วยเหลืออีกประเภทหนึ่งคือ โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 (เพิ่มเติม) ซึ่งรัฐบาลกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมถึง 30 พฤศจิกายน 2569
โครงการนี้เปิดให้ผู้ที่เข้าเงื่อนไขและได้รับสิทธิ ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังกับร้านค้าที่เข้าร่วม โดยรัฐบาลร่วมจ่าย 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และให้วงเงินสนับสนุนรวมสูงสุด 1,000 บาทตลอดระยะเวลาโครงการ
อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติมเปิดระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคม 2569 และปิดรับไปแล้ว ผู้ที่ไม่ได้ดำเนินการภายในกำหนดจึงไม่สามารถถือว่ามีสิทธิได้รับความช่วยเหลือโดยอัตโนมัติ
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ก็ไม่สามารถนำวงเงินสวัสดิการ 300 บาทไปใช้ในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 ได้ เพราะเป็นมาตรการคนละประเภท แม้จะใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังและร้านค้าบางส่วนร่วมกันก็ตาม
สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบสิทธิของตนเอง สามารถเข้าเว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือสอบถามศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0 2109 2345 และกรมบัญชีกลาง โทร. 0 2270 6400 ในวันและเวลาราชการ
สรุปแล้ว เดือนพฤศจิกายน 2569 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ผ่านเกณฑ์และดำเนินการตามเงื่อนไขเรียบร้อยจะได้รับวงเงินซื้อสินค้า 300 บาทตามปกติ พร้อมสิทธิช่วยเหลืออื่นตามคุณสมบัติของแต่ละคน ส่วนผู้ที่ยังไม่ยืนยันตัวตนหรือไม่ได้ลงทะเบียนรับสิทธิค่าน้ำควรตรวจสอบสถานะของตนเอง เพื่อไม่ให้พลาดความช่วยเหลือที่ยังสามารถดำเนินการได้
- วิธีลงทะเบียนค่าน้ำ-ค่าไฟ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ออนไลน์ ทำตามนี้
- วิธียืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนใช้สิทธิ ขึ้นข้อความไหนถือว่าสำเร็จ
- วิธีลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส สำหรับคนไม่ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ