“นายกฯ” เผย ผลสำเร็จเยือนภูฏาน ต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้าน “พลังงานสะอาด-เกษตร-สาธารณสุข” ขยายการค้าลงทุน ชวนเอกชนไทยร่วมพัฒนา “เมืองเกเลฟู” เมืองเศรษฐกิจแห่งอนาคต
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 พ.ย.(ตามเวลาท้องถิ่นภูฏาน ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ที่ เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำเร็จของการเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. – 1 พ.ย.นี้ ว่า การเยือนครั้งนี้เป็นไปด้วยดีและประสบความสำเร็จ สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับภูฏาน ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ครอบคลุมด้านสาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร เพื่อขยายความร่วมมือและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน แม้ภูฏานจะมีประชากรประมาณ 8 แสนคน แต่เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยในการเข้าไปลงทุนและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยระหว่างการเยือน ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางขยายความร่วมมือและโอกาสการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันในอนาคต
ด้านการเกษตร ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของภูฏาน ไทยพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาการเกษตรและการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และการยกระดับภาคการเกษตรของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสินค้าและบริการไปยังภูฏานและภูมิภาคเอเชียใต้
ด้านสาธารณสุข ไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับภูฏานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการแพทย์ การพัฒนาบุคลากร และการเปิดโอกาสให้นักศึกษาแพทย์และพยาบาลจากภูฏานเข้ารับการฝึกอบรมในประเทศไทย โดยการลงนามความร่วมมือด้านสาธารณสุขในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับความร่วมมือทางการแพทย์ รวมถึงส่งเสริมการส่งต่อผู้ป่วยจากภูฏานเข้ารับการรักษาในประเทศไทย ซึ่งมีบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ
นายอนุทิน กล่าวว่า การเดินทางเยือนเมืองเกเลฟู (Gelephu Mindfulness City: GMC) ที่เป็นโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของภูฏาน ที่มุ่งพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม โดยเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีศักยภาพและเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยในการเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาเมือง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ภาคเอกชนไทย และขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
การเยือนภูฏานครั้งนี้ นอกจากจะช่วยกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้าไทย การส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน