‘เท้ง’ ถาม สตง. ตรวจไทยพีบีเอสเร็วผิดปกติ ถูกพุ่งเป้าจากฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ ลั่น พร้อมใช้อำนาจผ่านกลไกสภาปกป้องพื้นที่สื่อสาธารณะ
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภายหลังการร่วมงานรำลึก 14 ตุลา 2516 ว่า สิ่งที่เป็นความสำคัญสำหรับคนรุ่นตนและเยาวชนรุ่นใหม่คือ การทำให้จิตวิญญาณหรือว่าการต่อสู้ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคมยังคงดำรงอยู่ อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันกับการเรียกร้องในวิถีประชาธิปไตย คือการใฝ่ฝันถึงสังคมที่ดีกว่าสังคมที่มีความเท่าเทียม
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า คงไม่หลงลืมว่าในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม หลังจากมีการเรียกร้องเผด็จการตอนนั้นต้องเดินทางออกนอกประเทศ พื้นที่ทางประชาธิปไตยก็กลับคืนมา เราจะเห็นบรรดาองค์กรตัวแทนของพี่น้องกรรมกรหรือเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาเรียกร้องสังคมที่มีความก้าวหน้ามากกว่าเดิม ฉะนั้น ตนคิดว่าอีกหนึ่งอย่างที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องนี้นอกเหนือจากการเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความยึดโยงกับประชาชน การเรียกร้องสังคมที่ดีกว่า ให้สังคมไทยมีความเท่าเทียมกันยิ่งขึ้นก็เป็นสิ่งสำคัญและอยู่ในอุดมการณ์ขั้นพื้นฐานของเราเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า เยาวชนรุ่นใหม่ได้ฝากอะไรถึงพรรคประชาชนหรือไม่ ในฐานะพรรคที่มีความก้าวหน้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ นิยามพรรคประชาชนว่ามีความก้าวหน้าหรือไม่ก็ต้องให้ผู้อื่นเป็นคนนิยาม แต่สิ่งหนึ่งที่ได้ฟังจากตัวแทนทุกภาคส่วน รวมถึงเยาวชนรุ่นใหม่คือ คำว่าประชาธิปไตยคงไม่ได้หมายถึงแค่การมีรัฐธรรมนูญหรือการเลือกตั้งเท่านั้น การคงหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงสิทธิเสรีภาพของสื่อด้วยเช่นเดียวกัน ตอนนี้ก็มีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงอยู่ถึงการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กับงบการเงินของไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นหนึ่งอย่างที่พวกเราต้องสร้างหลักประกันไว้ว่าทำอย่างไร ให้สื่อมีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นที่มีอิสระมากที่สุด
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ทาง สตง.เตรียมแถลงข่าว และถูกเปรียบเทียบกับกรณีการตรวจสอบเรื่องตึก สตง. ถล่มว่าไม่เร็วเช่นนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สตง. และผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบมีการคงเส้นคงวาในการตรวจสอบ คงไม่ได้พุ่งเป้าเลือกเฉพาะบางกรณีที่ตัวเองอยากจะตรวจสอบ
“กรณีไทยพีบีเอสและ สตง. สังคมเองกำลังตั้งคำถามอยู่เช่นเดียวกันว่าตกลงแล้ว กรณีแบบนี้เป็นความในการพยายามพุ่งเป้าหรือไม่ มันยังมีคดีอีกเยอะแยะไปหมดที่ สตง. ควรจะต้องลงไปทำการตรวจสอบ แต่ว่าเราเองก็อาจจะยังไม่เห็นการขยับขับเคลื่อนหรือการแถลงข่าวในลักษณะนี้มากเท่าที่ควร” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามถึง กรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาเรียกร้องให้กรรมาธิการของฝ่ายค้านออกมาตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสของ ไทยพีบีเอสด้วยนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ การคงหลักประกันให้สื่อสาธารณะมีพื้นที่มีความอิสระในสังคมไทยกฎหมายที่ทางพรรคภูมิใจไทยเสนอเข้ามาทำให้เกิดข้อกังวล ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ยังมีองค์กรระหว่างประเทศที่ออกมาเรียกร้องและแสดงความห่วงใยเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ยืนยันว่าในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน เราพร้อมใช้อำนาจทุกอย่างที่มีในสภา ปกป้องคุ้มครองพื้นที่ของสื่อสาธารณะ ให้มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไรต่อเพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นสื่อสาธารณะ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เนื่องจากกฎหมายที่เสนอเข้ามามีทั้งหมด 4 ฉบับเกี่ยวข้องกับ 4 กองทุนด้วยกันแต่ต้องแยกพิจารณาเป็นรายเรื่อง สำหรับไทยพีบีเอสสิ่งที่มีความสำคัญคือการทำให้เขามีอิสระทางการเงินระดับหนึ่ง เพื่อให้สามารถคงความอิสระในการเลือกที่จะทำประเด็นได้ด้วยตัวเอง ไม่สามารถใช้ข้ออ้างในเรื่องวินัยการเงินการคลังไปตีคลุมได้ทั้งหมด
เมื่อถามถึง กรณีที่มีการขุดถึงการใช้เงินจ้างเช่น ค่าตัวของพิธีกร จะถูกตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเนื้อหาหรือตัวพิธีกรและวิธีการทำรายการคงเป็นเนื้อหาในรายละเอียดที่เราไม่จำเป็นต้องมานั่งถกเถียงกัน ถ้าเราดูที่ตัวหลักการก่อน สิ่งสำคัญตอนนี้คือการคงหลักประกันให้สื่อสาธารณะ มีพื้นที่ในสังคมไทย และคงให้ไทยพีบีเอสทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ ซึ่งความมีอิสระทางการเงินก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า มองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ดีๆ ก็มีการตรวจสอบและการแถลงข่าวโดย สตง. มีการเสนอร่างกฎหมายเข้ามาในจังหวะนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเราพอจะตั้งคำถามได้ว่า ไทยพีบีเอส กำลังจะถูกตั้งเป้าจากคนที่มีอำนาจหรือว่าฝั่งรัฐบาลหรือไม่