เซเลนสกีจวกปูติน! – บีบีซี รายงานวันที่ 4 ต.ค. ว่า นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เปิดเผยว่า การโจมตีของรัสเซียได้สร้างความเสียหายแก่สะพานสายหลักแห่งที่สองในเมืองหลวงแห่งนี้ ขณะที่รัสเซียยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยูเครน
นายคลิตช์โกระบุว่า เหตุโจมตีเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย พื้นผิวถนน รวมถึงสายส่งไฟฟ้าสำหรับรถรางไฟฟ้าบนสะพานพิวนิชนี (สะพานเหนือ) ได้รับความเสียหาย และยังทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากสะพานพิวเดนนี (สะพานทางใต้) ถูกโดรนของรัสเซียโจมตีหลายครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ นายคลิตช์โกออกมาเตือนว่า “ศัตรูกำลังฉีกทึ้งกรุงเคียฟ” ด้านรัสเซียระบุว่า โดรนโจมตีสะพานสองแห่งที่ใช้ในการลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของยูเครน พร้อมเรียกร้องอีกครั้งให้ชาวต่างชาติ รวมถึงนักการทูตออกจากกรุงเคียฟ
สะพานสองแห่งในกรุงเคียฟที่ข้ามแม่น้ำดนิโปร เชื่อมต่อฝั่งตะวันตกและตะวันออกของเมืองหลวงไม่เคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมาก่อนกระทั่งถึงวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการใช้ยุทธศาสตร์ใหม่ของรัสเซีย
เหตุโจมตีสะพานพิวเดนนีก่อนหน้านี้ส่งผลให้สภาความมั่นคงของกรุงเคียฟต้องประชุมฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. จากนั้น นายนายคลิตช์โกเตือนว่าตอนนี้กรุงเคียฟเผชิญกับ “สถานการณ์ที่วิกฤตอย่างยิ่ง เนื่องจากฝ่ายรัสเซียกำลังระดมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ระบบโลจิสติกส์ ที่อยู่อาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกหลักอื่นๆ ของเมืองอย่างหนัก”
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวอ้างว่าการกระทำของรัสเซียเป็นการตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีโรงงานและระบบพลังงานของรัสเซีย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วรัสเซียต่างหากที่เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในลักษณะดังกล่าว
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่าประธานาธิบดีปูตินตัดสินใจแล้วว่าไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไปในการโจมตียูเครน
“รัสเซียล้มเหลวในการยึดครองเรา ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงหันมาใช้วิธีโจมตีครั้งใหญ่และสังหารผู้คนจำนวนมาก พวกเขาต้องการทำลายทั้งสะพาน ศูนย์ข้อมูล ระบบอินเทอร์เน็ต เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ โรงพยาบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน มหาวิทยาลัย และทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขาต้องการบีบให้ผู้คนต้องละทิ้งเมืองของตนเอง” นายเซเลนสกีย้ำ