คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสตูล · เปลี่ยน

ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 5-7 ต.ค. เช็กจังหวัดเตรียมรับมือ

ที่มา: ไทยรัฐ

สทนช. ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ช่วง 5-7 ต.ค. 69 เช็กจังหวัดเสี่ยงเตรียมรับมือ เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 - แม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา น้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ

วันที่ 4 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ประกาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง

โดยระบุว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลาง

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 5 - 7 ตุลาคม 2569 ดังนี้

1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

1.1 ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้าว จอมทอง ดอยสะเก็ด แม่แตง ดอยหล่อ แม่วาง แม่แจ่ม และสะเมิง)

- จังหวัดเชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย เวียงแก่น เชียงของ เวียงป่าเป้า และเวียงชัย)

- จังหวัดลำพูน (อำเภอบ้านโฮ่ง และบ้านธิ)

- จังหวัดลำปาง (อำเภอเมืองลำปาง ห้างฉัตร วังเหนือ และงาว)

- จังหวัดพะเยา (อำเภอปง และเชียงคำ)

- จังหวัดน่าน (อำเภอทุ่งช้าง ปัว เชียงกลาง และเวียงสา)

- จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอเมืองกำแพงเพชร ขาณุวรลักษบุรี คลองขลุง คลองลาน และโกสัมพีนคร) จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอเมืองพิษณุโลกชาติตระการ พรหมพิราม วังทอง นครไทย และบางระกำ)

- จังหวัดพิจิตร (อำเภอเมืองพิจิตร วชิรบารมี สามง่าม ดงเจริญ โพธิ์ประทับช้าง และสากเหล็ก)

- จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ น้ำหนาว หล่มเก่า และหล่มสัก)

- จังหวัดนครสวรรค์ (อำเภอหนองบัว เมืองนครสวรรค์ และลาดยาว)

- จังหวัดอุทัยธานี(อำเภอลานสัก ห้วยคต และบ้านไร่)

1.2 ภาคกลาง ได้แก่

- จังหวัดชัยนาท (อำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ สรรพยาหันคา และหนองมะโมง)

- จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภอเมืองสิงห์บุรี พรหมบุรี และอินทร์บุรี)

- จังหวัดอ่างทอง (อำเภอเมืองอ่างทอง วิเศษชัยชาญ ป่าโมก และไชโย)

- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

- รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

1.3 ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา (อำเภอสนามชัยเขต ท่าตะเกียบ และบ้านโพธิ์)

- จังหวัดนครนายก (อำเภอเมืองนครนายก ปากพลี และองครักษ์)

- จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอกบินทร์บุรี บ้านสร้าง และประจันตคาม)

- จังหวัดสระแก้ว(อำเภอเมืองสระแก้ว และคลองหาด)

- จังหวัดชลบุรี (อำเภอบางละมุง และศรีราชา)

- จังหวัดระยอง (อำเภอเขาชะเมา)

- จังหวัดจันทบุรี (อำเภอสอยดาว แก่งหางแมว และเขาคิชฌกูฏ)

- จังหวัดตราด(อำเภอเมืองตราด คลองใหญ่ เขาสมิง และบ่อไร่)

1.4 ภาคตะวันตก ได้แก่

- จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอด่านมะขามเตี้ย ห้วยกระเจา และเลาขวัญ)

- จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน)

- จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหินปราณบุรี บางสะพานน้อย และบางสะพาน)

1.5 ภาคใต้ ได้แก่

- จังหวัดชุมพร (อำเภอเมืองชุมพร ปะทิว พะโต๊ะ หลังสวน ละแมและสวี) จังหวัดระนอง (อำเภอกระบุรี)

- จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอบ้านนาสาร เวียงสระพระแสง คีรีรัฐนิคม บ้านนาเดิม และท่าฉาง)

- จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ลานสกา จุฬาภรณ์ ทุ่งสงหัวไทร ชะอวด เชียรใหญ่ นบพิตำ พรหมคีรี พิปูน และร่อนพิบูลย์)

- จังหวัดพังงา (อำเภอตะกั่วทุ่ง และท้ายเหมือง)

- จังหวัดภูเก็ต (อำเภอถลาง เมืองภูเก็ต และกะทู้)

- จังหวัดกระบี่ (อำเภอเหนือคลองคลองท่อม ปลายพระยา อ่าวลึก และเขาพนม)

- จังหวัดตรัง (อำเภอเมืองตรังรัษฎา ห้วยยอด นาโยง สิเกา และปะเหลียน)

- จังหวัดพัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง ศรีนครินทร์ เขาชัยสน ป่าพะยอม ปากพะยูน ศรีบรรพต บางแก้ว และควนขนุน)

- จังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน ทุ่งหว้า และท่าแพ)

- จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่ สะเดาคลองหอยโข่ง สทิงพระ กระแสสินธุ์ และสะบ้าย้อย)

- จังหวัดยะลา (อำเภอเมืองยะลา รามัน เบตง และธารโต)

- จังหวัดปัตตานี (อำเภอยะรัง และโคกโพธิ์)

- จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเจาะไอร้องสุไหงปาดี ตากใบ ศรีสาคร จะแนะ แว้ง สุไหงโก-ลก และสุคิริน)

2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ได้แก่

- อ่างเก็บน้ำกิ่วลม อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมาจังหวัดลำปาง

- บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์

- อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดสระบุรี

- อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก

- อ่างเก็บน้ำคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา

- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง

- อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จังหวัดปราจีนบุรี

- อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี

- อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

- อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

และเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ปราจีนบุรี ตราด กาญจนบุรี และระนอง

3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง และท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ

บริเวณแม่น้ำสายหลัก และลำน้ำสาขาของ

- แม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร

- แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี

- แม่น้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก

- และแม่น้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

- แม่น้ำป่าสัก จังหวัดสระบุรี

- แม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม

- แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก

- แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี

- คลองพระสะทึง และคลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว

- แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

- แม่น้ำตราด จังหวัดตราด

- แม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี

- คลองบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

- แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ

ถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก

3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

พัฒนาการของเหตุการณ์: 12 รายงาน

ความคิดเห็น