คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสตูล · เปลี่ยน

นักวิชาการ ชี้ ผลเลือกตั้งสะท้อนความต้องการผู้ประกันตน แนะเลิกมองแพ้-ชนะ จี้ปฏิรูปวิธีคิดรับมือสังคมสูงวัย

ที่มา: มติชน

นักวิชาการ ชี้ เลือกตั้งบอร์ดสปส. สะท้อนความต้องการผู้ประกันตน แนะเลิกมองชนะ-แพ้ จี้ปฏิรูปวิธีคิดรับมือสังคมสูงวัย

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม รศ.ตรีเนตร สาระพงษ์ รองคณบดี คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจกว่าคำถามว่าใครชนะหรือใครแพ้ เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหลังคะแนนเสียง คือคำถามว่า ผู้ประกันตนต้องการเห็นการบริหารเงินของตนเองเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ฝ่ายหนึ่งประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ทำปฏิทิน ไม่ทำหมวก ไม่ทำโรงอาหาร และไม่เอาตึกสกายไนน์ ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่าจะทำปฏิทินและหมวกต่อไป เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะจุดยืนแตกต่างกันอย่างชัดเจน คะแนนที่ออกมาจึงมีความหมายมากกว่าตัวเลขสำหรับจัดอันดับผู้สมัคร เพราะมันอาจสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกันตนส่วนใหญ่กำลังมองหาอะไรจากการบริหารกองทุนประกันสังคม

รศ.ตรีเนตร กล่าวต่อว่า แน่นอนว่าเราไม่อาจสรุปได้ว่าทุกคนลงคะแนนเพราะเรื่องปฏิทินหรือหมวกเพียงอย่างเดียว ผู้ประกันตนแต่ละคนย่อมมีเหตุผลแตกต่างกัน ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ ความโปร่งใส ผลตอบแทนจากการลงทุน และความเชื่อมั่นในตัวผู้สมัคร แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายเลือกประกาศจุดยืนต่อสาธารณะแล้ว ผลคะแนนย่อมเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องนำกลับไปคิดอย่างจริงจัง เพราะเมื่อฝ่ายหนึ่งบอกว่าจะเปลี่ยน ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่าจะทำต่อ คะแนนเสียงย่อมเป็นคำตอบส่วนหนึ่งว่า ผู้ประกันตนอยากเห็นทิศทางแบบใด แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป เรื่องนี้มีความสำคัญมากกว่าการทำหรือไม่ทำปฏิทิน เพราะประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่กองทุนชราภาพของประกันสังคมกำลังเผชิญคำถามสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งมีเรื่องที่ต้องพิจารณาดังนี้

1. วันนี้ยังมีเงิน ไม่ได้หมายความว่าวันเกษียณจะมีเงินเพียงพอ

ข้อมูลจาก TDRI ส่งสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามว่า ภายใต้โครงสร้างปัจจุบันและสมมติฐานที่ใช้ในการจำลอง รายจ่ายของกองทุนชราภาพอาจสูงกว่ารายรับประมาณปี 2580 และเงินสะสมอาจหมดลงในช่วงปี 2593–2601 หากไม่มีการปรับโครงสร้างอย่างเหมาะสม นั่นหมายความว่า ในอีกประมาณ 27 ปีข้างหน้า กองทุนชราภาพอาจเผชิญความเสี่ยงที่เงินสะสมหมดลง โดยช่วงเวลาดังกล่าวเป็นผลประมาณการ ไม่ใช่กำหนดเวลาที่แน่นอน และไม่ได้หมายความว่ากองทุนประกันสังคมทุกส่วนจะล้มละลายในปีใดปีหนึ่งอย่างแน่นอน

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าตัวเลข คือคนที่กำลังส่งเงินสมทบอยู่ในวันนี้จำนวนมากจะเป็นผู้เกษียณในช่วงเวลาที่กองทุนกำลังเผชิญแรงกดดันดังกล่าว คนเหล่านี้ทำงานมาตลอดชีวิต หักเงินจากรายได้ของตนเองทุกเดือน โดยคาดหวังว่าเมื่อถึงวันที่ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม ประกันสังคมจะเป็นหลักประกันให้พวกเขามีรายได้สำหรับดำรงชีวิตในวัยชรา คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าปัจจุบันกองทุนมีเงินสะสมอยู่เท่าใด แต่คือเงินที่มีอยู่ในวันนี้จะเพียงพอต่อภาระที่ต้องจ่ายในอนาคตหรือไม่ เมื่อจำนวนผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้นเร็วกว่าจำนวนผู้ส่งเงินสมทบ ระบบย่อมเผชิญแรงกดดันมากขึ้น นี่คือผลจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการประชาสัมพันธ์หรือการบริหารงานตามแนวทางเดิมเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าหากวันนี้เรายังไม่เตรียมรับมือ ภาระในวันข้างหน้าอาจตกอยู่กับแรงงานรุ่นใหม่ที่ต้องจ่ายเงินสมทบมากขึ้น หรือคนเกษียณที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของตนเอง

2. เงินทุกบาทต้องคิดถึงวันที่ผู้ประกันตนเกษียณ

เมื่อรู้ว่ากองทุนกำลังเผชิญความเสี่ยงในระยะยาว วิธีคิดในการบริหารเงินจึงต้องเปลี่ยนไปด้วย เงินกองทุนไม่ใช่เงินที่มีไว้ใช้จ่ายให้หมดไปในแต่ละปี แต่เป็นทรัพยากรที่ต้องบริหารให้สามารถรองรับภาระในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจใช้เงินในวันนี้จึงต้องคำนึงถึงความมั่นคงของผู้ประกันตนในวันข้างหน้า ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะความสะดวกหรือความพึงพอใจในปัจจุบัน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าปฏิทินหนึ่งเล่มหรือหมวกหนึ่งใบจะทำให้กองทุนหมดเงินหรือไม่ เพราะค่าใช้จ่ายเพียงรายการเดียวอาจไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดความยั่งยืนของกองทุน แต่ประเด็นอยู่ที่หลักคิดในการบริหารว่าทุกการใช้จ่ายมีความจำเป็นหรือไม่ อยู่ในวัตถุประสงค์และอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ และคุ้มค่ากับเงินที่นำออกไปเพียงใด หากการใช้จ่ายใดไม่จำเป็น ไม่มีประโยชน์ชัดเจน หรือไม่อยู่ในกรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ระบบคิดแบบนี้ก็ไม่ควรนำเงินกองทุนไปใช้จ่ายเพียงเพราะเคยทำมาแล้วหรือมีผู้ต้องการให้ทำต่อ ในทางกลับกัน หากเป็นรายจ่ายที่กฎหมายรองรับ มีความจำเป็น และเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตน ก็ต้องสามารถชี้แจงเหตุผลและความคุ้มค่าได้อย่างโปร่งใส นี่ไม่ใช่การเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมหยุดใช้เงินทุกประเภท แต่เป็นการเรียกร้องให้ใช้เงินอย่างมีวินัย และให้ความสำคัญกับหน้าที่หลักของกองทุนเหนือสิ่งอื่นใด เพราะเงินที่ใช้ไปในวันนี้ คือเงินที่ต้องนำมาคิดด้วยว่า วันหนึ่งเมื่อเจ้าของเงินเกษียณ ระบบจะยังมีความสามารถดูแลพวกเขาได้หรือไม่

3. เงินกองทุนต้องลงทุนอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงเก็บรักษาไว้

การรักษาความมั่นคงของกองทุนไม่ได้หมายถึงการเก็บเงินไว้เฉย ๆ แต่ต้องบริหารและลงทุนอย่างเหมาะสมด้วย เมื่อกองทุนต้องจ่ายสิทธิประโยชน์ในระยะยาว ผลตอบแทนจากการลงทุนย่อมเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการรองรับภาระดังกล่าว แต่การแสวงหาผลตอบแทนก็ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยง เพราะหากลงทุนโดยไม่เหมาะสมจนเกิดความเสียหาย ผู้ที่ได้รับผลกระทบในท้ายที่สุดก็คือผู้ประกันตน TDRI ชี้ให้เห็นว่า แม้การเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนอาจช่วยยืดระยะเวลาที่กองทุนจะเผชิญปัญหาทางการเงินได้ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างถาวรเพียงลำพัง

ดังนั้น การบริหารกองทุนต้องดำเนินการหลายด้านควบคู่กัน ทั้งการลงทุนอย่างเหมาะสม การทบทวนโครงสร้างรายรับและรายจ่าย การวางแผนภาระบำนาญในอนาคต และการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ประกันตนตรวจสอบได้ การลงทุนต้องไม่ใช่การเดิมพันกับอนาคตของคนทำงาน และการใช้จ่ายก็ต้องไม่เบียดบังทรัพยากรที่ควรได้รับการดูแลเพื่อรองรับภาระในวันข้างหน้า ผู้บริหารและบอร์ดประกันสังคมโดยเฉพาะชุดใหม่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเงินลงทุนอยู่ที่ใด มีความเสี่ยงระดับไหน ได้รับผลตอบแทนอย่างไร และมีแผนรองรับสถานการณ์ที่ผลตอบแทนต่ำกว่าคาดหรือไม่ นี่คือเรื่องที่ควรจะก้าวต่อไปในวันที่คาดว่าได้สลัดออกมาจากวังวนแห่งการตัดสูท หรือทำปฏิทิน หรือหมวก เพราะผลจากการลงทุนและการบริหารกองทุนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความมั่นคงของสิทธิประโยชน์ในอนาคต

4. คะแนนเลือกตั้งจึงไม่ใช่แค่เรื่องปฏิทินหรือหมวก

เมื่อกลับมามองผลการเลือกตั้ง จะเห็นว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงกับคำถามสำคัญเกี่ยวกับการใช้อำนาจบริหารเงินของผู้อื่น มีแนวคิดเรื่องทฤษฎีตัวแทน (Agency Theory) ซึ่งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผู้มอบหมายอำนาจกับผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน เมื่อนำมาใช้กับประกันสังคม คำถามสำคัญคือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้บริหารกองทุนกำลังทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนมากน้อยเพียงใด และผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจนั้นได้หรือไม่ การเลือกตั้งเป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้ประกันตนใช้แสดงความต้องการต่อผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนตนเอง เมื่อผู้สมัครประกาศจุดยืนแตกต่างกัน คะแนนเสียงก็ย่อมเป็นสัญญาณที่ควรนำไปพิจารณา แม้จะไม่อาจสรุปว่าผู้ประกันตนทุกคนตัดสินใจด้วยเหตุผลเดียวกันก็ตาม ฝ่ายที่ประกาศว่าจะปฏิรูปก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการปฏิรูปนั้นจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวบุคคลหรือยกเลิกโครงการบางรายการ แต่ต้องทำให้การบริหารกองทุนโปร่งใสขึ้น ตรวจสอบได้มากขึ้น และมีแผนรองรับภาระในอนาคตอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ผู้บริหารและผู้ที่ไม่ได้รับเลือกก็ยังมีหน้าที่ต้องอธิบาย ตรวจสอบ และร่วมกันรักษาประโยชน์ของผู้ประกันตน เพราะเงินกองทุนไม่ใช่สมบัติของทีมใดทีมหนึ่ง

5. สิ่งที่ต้องปฏิรูป ไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่คือวิธีคิด

ในวันที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว คำถามเรื่องความยั่งยืนของกองทุนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ผู้ประกันตนในวันนี้อาจเป็นผู้รับบำนาญในวันที่กองทุนต้องรับภาระหนักขึ้นอย่างมาก สิ่งที่สำนักงานประกันสังคมต้องทำจึงไม่ใช่เพียงบริหารงานประจำวันให้ผ่านไป แต่ต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างจริงจัง เปิดเผยข้อมูลทางการเงิน และเตรียมมาตรการที่จะทำให้กองทุนสามารถรองรับผู้เกษียณในอนาคตได้ การใช้จ่ายต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย การลงทุนต้องคำนึงถึงผลตอบแทนและความเสี่ยง การดำเนินโครงการต้องตอบคำถามเรื่องความจำเป็นและความคุ้มค่า และทุกการตัดสินใจต้องคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทั้งในปัจจุบันและอนาคต นี่คือความรับผิดชอบที่ผู้บริหารกองทุนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

รศ.ตรีเนตร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรจบลงเพียงว่าใครชนะ ใครแพ้ หรือใครจะทำปฏิทินและหมวกต่อไป แต่ควรจุดเทียนนำทางเล่มใหม่ ด้วยการตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า เราจะรักษากองทุนแห่งนี้ให้เป็นหลักประกันแก่คนทำงานได้อย่างไร ในวันที่คนเหล่านั้นไม่มีรายได้จากการทำงานอีกแล้ว คะแนนเสียงอาจบอกว่าใครชนะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ผู้ประกันตนกำลังบอกให้เราคิดถึงอนาคตของกองทุนมากกว่าความต้องการในวันนี้ เพราะปฏิทินอาจเป็นเพียงกระดาษ หมวกอาจเป็นเพียงสิ่งของ แต่เงินบำนาญคือความมั่นคงของชีวิตคนหลังเกษียณ และในวันที่ผู้ประกันตนหมดแรงทำงาน สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่คำอธิบายว่าครั้งหนึ่งสำนักงานเคยทำอะไรให้บ้าง แต่คือหลักประกันว่า เงินที่พวกเขาร่วมส่งมาตลอดชีวิตจะไม่สูญเปล่า การบริหารประกันสังคมจึงไม่ใช่เพียงการใช้เงินที่มีอยู่ในวันนี้ แต่คือการรักษาสัญญาต่อคนทำงานว่า เมื่อถึงวันที่พวกเขาเกษียณ กองทุนจะยังมีความมั่นคงพอที่จะดูแลพวกเขาได้

ความคิดเห็น