คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสตูล · เปลี่ยน

กินแป้งเยอะ อ้วนจริงไหม ! ทริกถ้าคุณรู้ความลับ 4 ข้อ กินคาร์บให้เอวเอส

ที่มา: ข่าวสด

การกินแป้งไม่ได้ทำให้อ้วนอย่างที่คิด หากทานให้ถูกต้องและเหมาะสม แป้งมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เตรียมบอกลาหุ่นบวมพร้อมเร่งระบบเผาผลาญได้ทันที

มีใครเคยได้ยินว่าแป้งทำให้อ้วนขึ้นไหม ซึ่งอาจจะเป็นความเชื่อที่ปลูกฝังกันมาอย่างยาวนานและอาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไปกับที่สิ่งที่ถูกปลูกฝังกันมาว่า ถ้าหากว่าจะลดน้ำหนักต้องตัดแป้งงดแป้งจริงหรือเปล่า

แป้งและข้าวคือตัวการทำให้อ้วน เป็นความเข้าใจผิดที่รุนแรงที่สุด คาร์โบไฮเดรต คือ แหล่งพลังงานหลัก ที่สมองและกล้ามเนื้อจำเป็นต้องใช้ ซึ่งการลดน้ำหนักไม่ใช่การงดแต่เป็นการเลือกแป้งคุณภาพ

แป้งแต่ชนิดและปริมาณของแป้งมีผลมาก เช่น

- แป้งขัดสีและน้ำตาลสูง เช่น ขนมปังขาว ชานมหวาน ขนมเค้ก เส้นขาว ข้าวขาวปริมาณมาก อาจทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นเร็ว หิวง่าย และกินเกินได้ง่าย

- แป้งเชิงซ้อนหรือคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหารสูง เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช มันหวาน ข้าวโอ๊ต ถั่ว จะอิ่มนานกว่าและช่วยควบคุมความหิวได้ดี

ถ้ากินแป้งร่วมกับโปรตีนและผัก จะช่วยให้ระดับน้ำตาลขึ้นช้าลงและอิ่มนานขึ้น อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เวลากินแป้งเยอะแล้วน้ำหนักขึ้นเร็ว บางส่วนอาจเป็น “น้ำ” ไม่ใช่ไขมันทั้งหมด เพราะร่างกายเก็บคาร์โบไฮเดรตในรูปไกลโคเจนซึ่งจับน้ำไว้ด้วย แต่ถ้ากินเกินต่อเนื่องและไม่ออกกำลังกาย มีโอกาสสะสมเป็นไขมันได้ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องงดแป้งทั้งหมด แค่เลือกชนิดให้ดี คุมปริมาณ และดูพลังงานรวมทั้งวันร่วมด้วย

ประโยชน์จากแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต ยังมีดังนี้

- ให้พลังงานแก่ร่างกาย : ฮอร์โมนอินซูลินจะลำเลียงกลูโคสที่ดูดซึมเข้ากระแสโลหิต ไปยังเซลล์ต่าง ๆ

- ระบบขับถ่ายดีขึ้น : ไฟเบอร์ในคาร์โบไฮเดรต จะผ่านลงลำไส้ ไม่ถูกย่อยสลายเป็นกลูโคส

- รักษามวลกล้ามเนื้อ : น้ำตาลกลูโคสไม่เพียงพอ กล้ามเนื้อสามารถสลายตัวเองเป็นกรดอะมิโน ซึ่งเป็นพลังงานสำรองที่เก็บไว้ตามกล้ามเนื้อ

- ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และโรคเบาหวาน : จะมีไฟเบอร์ช่วยลดระดับไขมัน และน้ำตาลในโลหิตได้

เราจะกินแป้งอย่างไรให้ไม่อ้วน เราเน้นการรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ร่างกายจะใช้เวลาย่อย ดูดซึมนานกว่าแบบเชิงเดี่ยว ทำให้อิ่มเร็ว ไม่หิวง่าย เลือกบริโภคข้าวไม่ขัดสี หรือธัญพืชเต็มเมล็ด เพิ่มปริมาณผัก ผลไม้ ลดไขมัน น้ำตาล โซเดียม ในอาหารและเครื่องดื่ม

คาร์โบไฮเดรตที่ควรจะได้รับของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอัตราการเผาผลาญ และกิจกรรมที่ใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน แต่จะอยู่ในช่วง 1,200-2,000 กิโลแคลอรี่ หรือ 225-325 กรัม นอกจากนี้หากได้รับไม่เพียงพอส่งผลให้เกิดการใช้โปรตีนเป็นแหล่งพลังงานทดแทน ส่งผลให้กล้ามเนื้อลีบแบน ผิวหนังเหี่ยวย่น ซูบผอม อีกด้วย

ที่มา : โรงพยาบาลเพชรเวช , SCMC Clinic

ความคิดเห็น