คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสตูล · เปลี่ยน

บทบรรณาธิการ – ดราม่ากะเพรา

ที่มา: ข่าวสด

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง กรณีบริษัทเอกชนรายใหญ่ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ 4 สายพันธุ์ คือ กะเพราป่าแก้วจุรี 01, แก้วจุรี 02, แก้วจุรี 03 และแก้วจุรี 04

จากนั้นยื่นจดทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอรับการคุ้มครองพันธุ์พืช 4 สายพันธุ์ดังกล่าว มีอายุการคุ้มครองเป็นเวลา 12 ปี

จากการจดทะเบียนขอคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ ของบริษัทเอกชนรายใหญ่นี้ ปรากฏว่ากลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง ทั้งจากเกษตรกร ผู้ประกอบการร้านค้า และประชาชนทั่วไป ที่ปลูกกะเพราไว้บริโภคเอง

โดยต่างหวั่นเกรงว่า ต่อไปคนไทยจะไม่สามารถปลูกกิน หรือปลูกขายกะเพราได้ตามปกติ

จากความกังวลดังกล่าว ทางบริษัทเอกชนผู้จดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา ออกมาชี้แจงไขข้อสงสัย โดยยืนยันจดทะเบียนครอบคลุมเฉพาะ 4 สายพันธุ์ใหม่เท่านั้น

เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่พัฒนาขึ้น เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารพร้อมรับประทานของบริษัท โดยดำเนินงานอยู่ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานของบริษัท และเครือข่ายเกษตรกร ภายใต้การส่งเสริมให้ร่วมเพาะปลูก

ยืนยันไม่ได้มุ่งขายเมล็ดพันธุ์ และไม่ได้นำกะเพราทั่วไปที่ประชาชนปลูกและบริโภคอยู่เดิม มาอยู่ภายใต้สิทธิ์ของบริษัท ดังนั้น กะเพราดั้งเดิมที่คนไทยปลูกกันอยู่ทั่วไป ยังคงปลูก กิน และขายได้ตามปกติ

เป็นคำชี้แจงจากบริษัท ถึงสาเหตุการจดทะเบียนคุ้มครอง และไม่เกี่ยวกับกะเพราทั่วไปดั้งเดิม

กระนั้นก็ดี การวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ประชาชนก็ยังดำเนินไปอย่างร้อนแรง มีทั้งเชื่อบ้าง และไม่เชื่อบ้าง ทำให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงต้องออกมาร่วมชี้แจง

นายสุริยะระบุว่า จะให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบการจดสิทธิ์คุ้มครอง ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และจะพยายามให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์

นับเป็นเรื่องที่ดี ที่รมว.เกษตรฯ สั่งการให้เร่งตรวจสอบเรื่องนี้อย่างชัดเจน ที่สำคัญจะต้องอยู่บนการปกป้องสิทธิประโยชน์ของเกษตรกร ตลอดจนชาวบ้านที่ปลูกไว้กินกันเองด้วย

ที่สำคัญต้องตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกประเด็น และชี้แจงให้กระจ่างชัดทุกข้อสงสัย เพราะขณะนี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้ลุกลามไปถึงขั้นมีการจดลิขสิทธิ์กะเพราทุกชนิดไปแล้ว

ความคิดเห็น