สลด ชายวัย 57 เสียชีวิตในเก๋ง กลางลานจอดรถรพ.ดังสระบุรี ทิ้งจดหมาย 6 แผ่น
วันที่ 30 กันยายน 2569 ร.ต.อ.ธีรเทพ เอี่ยมดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งจาก รปภ. รพ.สระบุรี ว่าพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่ในรถ บนลานจอดรถชั้น 2 รพ.สระบุรี ถ.เทศบาล4 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์จาก รพ.สระบุรีเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุเป็นอาคารจอดรถชั้น 2 ของ รพ.สระบุรี พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 4 กก 9269 กรุงเทพมหานคร
เมื่อเปิดประตูออกดูพบร่างของนายพลรัตน์ พลศร อายุ 57 ปี(ทราบชื่อภายหลัง) นอนหงายหลังเสียชีวิต สวมเสื้อยืดคอกลมสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 241/89 ซ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ บนพื้นวางเท้าด้ายซ้ายมือข้างคนขับพบ หม้อ ซึ่งมีกระชอนวางอยู่ปากหม้อ โดยมีที่หนีบ หนีบหม้อกับกระชอนไว้กันไม่ให้ลื่นไหล บนกระชอนยังพบเถ้าถ่านที่ถูกเผาไหม้จอดวอดหมดแล้ว ข้างๆยังพบถุงพลาสติกที่บรรจุถ่านอัดแท่ง ภายในถุงไม่มีถ่านเนื่องจากถูกใช้ไปหมดแล้ว ตรวจสอบภายในรถยังพบกระดาษที่เขียนเป็นจดหมายด้วยลายมือวางอยู่ภายในรถ อีก 6 แผ่น โดยใจความในจดหมาย จะระบุถึงบุคคลใกล้ชิด โดยข้อความในจดหมายพอสรุปได้ว่า “ซึ่งหัวกระดาษผ่านหนึ่งระบุชื่อ พิมพ์พร คาดว่าน่าจะเป็นพี่สาว โดยมีข้อความเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวและการจัดการทรัพย์สินบางส่วน หนี้สินจากธนาคาร บัตรเครดิต รหัสบัตรและทรัพย์สินในห้องคอนโด และข้อความสำคัญที่บอกว่า “ไม่ต้องจัดงานศพ หรือหากจำเป็นให้ทำให้น้อยที่สุด และไม่ต้องบอกใคร ให้ไลน์บอกเฉพาะในกลุ่มเพื่อน ส.บ.ว.เท่านั้น” และขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการสอบสวน
เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตหรือแรงจูงใจได้ สันนิษฐานเบื้องต้นอาจเป็นเรื่องปัญหาส่วนตัวหรือภาระทางการเงิน หนี้สินทีแก้ปัญหาไม่ตก จากการข้อสันนิษฐานจากเอกสารที่พบ แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าผู้ตายเข้ามาจอดรถตั้งแต่เมื่อเวลาไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหาหลักฐานกล้องวงจรปิด และติดต่อญาติมาสอบปากคำเพิ่มเติม และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป
ส่วนร่างผู้เสียชีวิตทางแพทย์จาก รพ.สระบุรี ได้ส่งชันสูตรอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
สอบถาม ร.ป.ภ. รพ.สระบุรี เล่าว่าขณะที่ตนเองได้ตรวจความเรียบร้อยอยู่ พบว่ามีไฟที่ยังไม่ได้ปิดตนเองจึงเดินไล่ปิดไฟ จากนั้นได้เหลือบไปเห็นรถเปิดไฟเลี้ยวอยู่ และมีเหมือนกับเป็นไอน้ำลอยพุ่งออกมา ตนเองจึงเดินเข้าไปดูและเรียก และมีคนที่อยู่อีกฝั่งบอกว่าเห็นรถเปิดไฟไว้นานแล้ว จึงได้เรียกให้มาช่วยดู(เป็นพยานให้ด้วย) ตนเองจึงได้ดึงประตู ประตูก็เปิดออกมาเนื่องจากว่าไม่ได้ล็อกประตูรถไว้ และเมื่อตรวจสอบดูพบว่ามีคนนอนอยู่ ตนเองจึงได้แจ้งไปยังประชาสัมพันธ์ขอ รพ. เพื่อให้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมูลนิธิฯ เข้ามาตรวจสอบ
ทางด้านญาติ บอกว่าได้รับแจ้งทางไลน์ว่าจะมาหาตนในวันเสาร์ ตนเองก็บอกไปว่าในวันเสาร์ตนเองไม่ว่าง เนื่องจากว่าวันเสาร์ตนเองจะไปขอนแก่น และก็ไม่ได้แจ้งว่าจะมาหรือไม่ ซึ่งปกติก็ไม่ได้มาเป็นประจำอยู่แล้ว