นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในการตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการ Saraburi Food Surplus พร้อมทั้งได้มอบนโยบายในการขับเคลื่อนโครงการฯ ระยะต่อไป และลงพื้นที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมกับผู้แทนส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ โดยมีนางสาวมาลี อุทัยกิตติศัพท์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีพี ออลล์ พร้อมผู้บริหาร และพนักงานร่วมให้การต้อนรับ เพื่อรับมอบอาหารส่วนเกินที่ได้รับการจัดเก็บตามมาตรฐาน โดยจะต้องเป็นสินค้าที่มีลักษณะทางกายภาพสมบูรณ์ ไม่ชำรุด บุบเสียหาย หรืออยู่ในสภาพเสื่อมคุณภาพ บนฉลากมีรายละเอียดสินค้า สัญลักษณ์ อย. วันผลิต และวันหมดอายุครบถ้วน ไม่เลือนราง ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและคัดกรองอีกครั้งโดยส่วนงานที่รับผิดชอบของจังหวัด ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) และนำส่งต่อไปยังประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ต่อไป
นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนโครงการ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย” (Saraburi Sandbox) และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามโครงการ “คุณภาพชีวิตที่ดี คนสระบุรีไม่ทอดทิ้งกัน” จังหวัดสระบุรีได้ให้ความสำคัญในการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงโภชนาการที่จำเป็น จึงได้บูรณาการร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) นำอาหารคุณภาพดีได้มาตรฐานปลอดภัยและยังไม่หมดอายุ แต่ไม่ได้วางจำหน่ายส่งต่อให้แก่กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ให้ได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและหลากหลาย ซึ่งการนำอาหารส่วนเกินมาส่งต่อให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุดนี้นอกจากจะช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังช่วยตัดวงจรการนำอาหารไปทำลาย ลดการเกิดมลภาวะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ สอดรับกับเป้าหมายการขับเคลื่อนสระบุรีสู่เมืองคาร์บอนต่ำควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
สำหรับโครงการสระบุรีฟู้ดเซอร์พลัส เป็นการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังคงคุณภาพ ปลอดภัย และอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถส่งต่อเพื่อการบริโภคได้ของจังหวัดสระบุรี โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งต่ออาหารที่ยังคงคุณภาพให้เกิดประโยชน์ เป็นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส สร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่ยั่งยืน และที่สำคัญยังเป็นการดำเนินการที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ตาม SDG 12 ว่าด้วยการสร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production)
ทั้งนี้ โครงการฯ ได้เริ่มนำร่องในระยะทดลองมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคม จนถึงปัจจุบันมีร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในจังหวัดสระบุรีที่เข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 106 สาขา สามารถส่งต่ออาหารส่วนเกินให้กับกลุ่มเป้าหมายของโครงการได้ครอบคลุมแล้วทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดสระบุรี