จากนักวิ่งโอลิมปิก สู่ผู้ป่วยติดเตียง หลังติดโควิด นอนวันละ 22 ชั่วโมง แค่พูดคุยก็ทรุดได้
เบธ ด็อบบิน นักวิ่งโอลิมปิกทีมชาติสหราชอาณาจักร ป่วยด้วยโรค ME หลังติดโควิดและไข้ต่อมน้ำเหลือง ปัจจุบันลุกจากเตียงได้เพียงกินอาหารและเข้าห้องน้ำ เผยการพูดคุยเพียง 30 นาทีอาจทำให้อาการทรุดยาวหลายเดือน
เมื่อ 5 ปีก่อน เบธ ด็อบบิน (Beth Dobbin) ยังสวมชุดทีมชาติสหราชอาณาจักรลงแข่งขันกรีฑาในโอลิมปิกเกมส์ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่วันนี้ในวัย 32 ปี เธอต้องใช้ชีวิตบนเตียงมากกว่า 22 ชั่วโมงต่อวัน จากอาการป่วยด้วยโรค Myalgic Encephalomyelitis หรือ ME
ด็อบบินยอมเสี่ยงให้สัมภาษณ์กับบีบีซี สปอร์ต เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่พรากทั้งอาชีพ สุขภาพ และความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตัวเองไปจากเธอ แม้รู้ว่าการพูดคุยเพียง 30 นาทีอาจทำให้อาการแย่ลง จนอาจลากยาวข้ามไปถึงปี 2570
ปัจจุบันเธอลุกจากเตียงเฉพาะเวลารับประทานอาหารและเข้าห้องน้ำเท่านั้น ตลอดปีนี้ออกจากบ้านเพียง 5 ครั้ง โดยหนึ่งในกิจกรรมธรรมดาอย่างการเดินทางไปตรวจเลือดกับแพทย์ เคยทำให้เธอต้องนอนพักฟื้นต่อเนื่องนานหลายเดือน
“มันทำลายชีวิตจนฉันไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดอย่างไร ฉันรู้สึกเหมือนสูญเสียทุกอย่าง ทั้งอิสรภาพ สุขภาพ ความสามารถในการทำงานและออกกำลังกาย” ด็อบบินกล่าว
เริ่มป่วยหลังติดโควิดและไข้ต่อมน้ำเหลือง
อาการของด็อบบินเริ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวปี 2564 ถึง 2565 หลังติดเชื้อโควิด-19 และไข้ต่อมน้ำเหลือง หรือ Glandular Fever ติดต่อกัน
ในช่วงแรกเธอไม่ได้ป่วยรุนแรง มารู้เอาภายหลังจากการตรวจย้อนหลังว่าติดเชื้อทั้งสองชนิด สิ่งที่สังเกตได้มีเพียงนอนหลับมากขึ้น เวลาวิ่งช้าลงเล็กน้อย รวมถึงรู้สึกเจ็บบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอและรักแร้
แพทย์ของสมาคมกรีฑาสหราชอาณาจักรตรวจร่างกายแล้วไม่พบสาเหตุชัดเจน ด็อบบินจึงฝึกซ้อมและลงแข่งขันต่อ เพราะคิดว่าเป็นอาการตกค้างจากไข้ต่อมน้ำเหลืองซึ่งน่าจะหายไปเอง
ปี 2565 เธอผ่านการคัดเลือกลงแข่งขันรายการใหญ่ถึง 3 รายการ ได้แก่ กรีฑาชิงแชมป์โลก คอมมอนเวลธ์เกมส์ และกรีฑาชิงแชมป์ยุโรป แต่สุขภาพกลับทรุดลงเรื่อย ๆ
ระหว่างชิงแชมป์โลก ด็อบบินมีอาการเจ็บคอและตื่นกลางดึกผิดเวลา ส่วนการแข่งขันคอมมอนเวลธ์เกมส์ เธอเกิดอาการเวียนศีรษะขณะวิ่งและเจ็บปวดตามร่างกายมากกว่าปกติ
กระทั่งชิงแชมป์ยุโรป เธอออกตัวผิดกติกา หลังสูญเสียความรู้สึกบริเวณขาขณะอยู่ในบล็อกสตาร์ต จนถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ด็อบบินเคยเรียกช่วงเวลานั้นว่าเป็น “ปีจากนรก” โดยยังไม่รู้ว่าร่างกายกำลังเผชิญกับโรคอะไร
หลังจบฤดูกาล ด็อบบินหยุดพักเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แต่แทนที่อาการจะดีขึ้น เธอกลับเริ่มยืนลำบาก นอนหลับมากผิดปกติ และต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนเตียง
เมื่อพยายามกลับไปฝึกซ้อม เธอทำได้เพียง 3 สัปดาห์ก่อนร่างกายรับไม่ไหว แพทย์จึงส่งตัวไปพบผู้เชี่ยวชาญประมาณ 4 ถึง 5 คน เพราะอาการเกิดขึ้นกับหลายระบบในร่างกาย
ผู้เชี่ยวชาญต่างลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เธอป่วยเป็นโรค ME พร้อมแจ้งความจริงที่รับได้ยากว่า ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด
โรค ME คืออะไร
ME หรือชื่อที่ใช้ควบคู่กันว่า ME/CFS เป็นโรคเรื้อรังที่ซับซ้อน ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียรุนแรงเป็นเวลานาน แต่การพักผ่อนไม่สามารถทำให้อาการหายเป็นปกติได้
อาการสำคัญไม่ได้มีเพียงความเหนื่อยล้า แต่อาจรวมถึง
- สมองทำงานช้าหรือภาวะสมองล้า
- มีปัญหาด้านความจำและการใช้ความคิด
- นอนหลับแล้วไม่สดชื่น
- ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ
- เวียนศีรษะเมื่อลุกขึ้นยืน
- ปวดศีรษะหรือเจ็บคอ
- ไวต่อแสง เสียง กลิ่น อาหารและยา
- คลื่นไส้และระบบย่อยอาหารผิดปกติ
อีกหนึ่งอาการหลักคือ Post-exertional malaise หรือ PEM หมายถึงอาการทรุดลงหลังใช้แรงทางร่างกายหรือสมอง แม้เป็นกิจกรรมเพียงเล็กน้อย เช่น พูดคุย อ่านหนังสือ นั่งตัวตรง หรือเดินทางไปพบแพทย์
อาการทรุดที่ผู้ป่วยเรียกว่า “แครช” อาจเกิดขึ้นทันทีหรือหลายชั่วโมงหลังทำกิจกรรม และกินเวลาตั้งแต่ 1 ถึง 2 วัน ไปจนถึงหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน อาการรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน บางรายยังทำงานได้ ขณะที่ผู้ป่วยระดับรุนแรงอาจลุกจากเตียงไม่ได้และต้องพึ่งพาผู้อื่นตลอดเวลา
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดและไม่มีวิธีตรวจเพียงรายการเดียวที่ยืนยันโรคได้ แพทย์ต้องตรวจเพื่อคัดกรองโรคอื่นซึ่งมีอาการใกล้เคียงออกก่อน ส่วนการดูแลเน้นควบคุมอาการและบริหารพลังงาน เพื่อหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นให้อาการทรุด
“ฉันรู้จักความเหนื่อยมาทั้งชีวิต แต่นี่ไม่ใช่แค่ความเหนื่อย”
แม้ ME จะถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Chronic Fatigue Syndrome หรือกลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง แต่ด็อบบินไม่ชอบคำเรียกนี้ เพราะมองว่าทำให้คนภายนอกเข้าใจว่าเป็นเพียงความเหนื่อยที่แก้ได้ด้วยการนอนพัก
ก่อนเป็นนักกีฬาอาชีพ เธอเคยทำงานวันละ 8 ชั่วโมงควบคู่กับการฝึกซ้อม จึงรู้จักความเหนื่อยจากการใช้แรงเป็นอย่างดี แต่ความรู้สึกจากโรค ME แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
“ถ้ามันเป็นแค่ความเหนื่อยก็คงง่ายกว่านี้มาก ในบรรดาอาการรุนแรงที่สุด 20 อย่าง ความเหนื่อยอาจเพิ่งติดอยู่ท้ายรายการ มันเหมือนร่างกายทุกส่วนกำลังหยุดทำงาน และรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ห่างจากความตายเพียงไม่กี่วัน”
แม้ต้องนอนอยู่บนเตียงเกือบตลอดทั้งวัน ด็อบบินไม่ได้หลับตลอดเวลา หลายช่วงเธอป่วยหนักเกินกว่าจะนอนหลับและต้องใช้ยาช่วย การนั่งตัวตรงนานเกินไปก็สามารถทำให้อาการกำเริบ เธอจึงต้องเอนตัวอยู่บนเตียงเพื่อลดความทรมาน
ครอบครัวห่วงอนาคต ไม่มีสถานพยาบาลให้ไปต่อ
จิม พ่อของด็อบบิน ซึ่งเคยเป็นนักฟุตบอลให้กับบาร์นสลีย์ กริมสบี ทาวน์ และดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส ยอมรับว่า ครอบครัวพร้อมพาเธอไปรักษาทุกที่ แม้ต้องเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา แต่ปัญหาคือยังไม่มีวิธีรักษาที่ยืนยันได้ว่าทำให้โรคหายขาด
ด้านจีน แม่ของเธอ เล่าว่าตื่นขึ้นมาทุกวันด้วยความเศร้า เพราะลูกสาวควรอยู่ในช่วงสร้างชีวิตและทำสิ่งที่รัก แต่ครอบครัวกลับต้องกังวลว่าใครจะเป็นคนดูแล หากวันหนึ่งพ่อแม่ไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อีก
ด็อบบินต้องรอถึง 22 เดือนจึงได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบต่อหน้าผ่านระบบเอกชนที่เธอติดต่อเอง หลังสิทธิสนับสนุนจากสมาคมกรีฑาสหราชอาณาจักรสิ้นสุดลง
ส่วน เฟย์ ด็อบบิน น้องสาว เตรียมลงแข่งขันยอร์กเชียร์มาราธอนเพื่อระดมทุนให้กับองค์กร ME Research UK มองว่าการวิ่งระดมทุนเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่เธอสามารถทำเพื่อช่วยพี่สาว นอกเหนือจากการอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจ
หวังงานวิจัยจากลองโควิดช่วยเปิดทางรักษา
ด็อบบินยอมรับว่าอนาคตในขณะนี้ดูมืดมน แต่ยังมีความหวังจากการศึกษาภาวะลองโควิด เนื่องจากอาการหลายอย่างทับซ้อนกับโรค ME และการระบาดใหญ่ทำให้วงการแพทย์หันมาสนใจโรคเรื้อรังหลังการติดเชื้อมากขึ้น
เหตุผลที่เธอยอมเสี่ยงให้อาการทรุดจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คือการใช้พื้นที่ของตัวเองช่วยเหลือผู้ป่วยที่ถูกมองว่าเกียจคร้านหรือคิดไปเอง
“ผู้ป่วยหลายคนบอกฉันว่าไม่มีใครเชื่อพวกเขา แต่ผู้คนเชื่อฉัน เพราะคงไม่มีนักกีฬาคนไหนหยุดสิ่งที่ทำมาตลอด 20 ปีโดยไม่มีเหตุผล ฉันมีพื้นที่อยู่บ้าง จึงรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องพูดเรื่องนี้”
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- BBC Sport (16 ตุลาคม 2569)
- Mayo Clinic
- The Scotsman
- วงการลูกยางเศร้า! “อแมนดา แม็ก” นักวอลเลย์ดาวรุ่งวัย 20 ปี จากไปด้วยโรคหายาก
- Bryan Johnson อินฟลูฯ เศรษฐี ด้านชะลอวัย เผยป่วยโรคหายาก แม้ตรวจก็ไม่พบ
- เปิดสาเหตุ อาการ ลองโควิด เป็นอย่างไร เช็กผลกระทบต่อร่างกาย หลังติดเชื้อ