เตือนภัย! กินทุเรียนกับยาพาราเซตามอล-ยาต้านเศร้า อันตรายถึงชีวิต เผยสาเหตุต้องระวัง ย้ำควรถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ผลไม้ และยาบางชนิด หากรับประทานร่วมกันอาจกลายเป็นพิษที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างในกรณีของ ทุเรียนกับยาพาราเซตามอล และ ทุเรียนกับยารักษาโรคซึมเศร้า ทั้งสองกรณีมีความเสี่ยง ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักยาแต่ละชนิด ทุเรียน และข้อมูลทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
ยาพาราเซตามอล
Paracetamol หรือ Acetaminophen คือ ตัวยาที่ช่วยลดไข้และบรรเทาอาการปวด เป็นหนึ่งในยาสามัญประจำบ้านที่แทบทุกบ้านต้องมี ทั้งยังมีขายทั่วไปตามร้านค้าและร้านขายยา แต่บางชนิดอาจต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
รูปแบบและขนาดยาจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัย ทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อความเหมาะสมของปริมาณยาที่ควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูล ชนิดเหลว และชนิดสอด(ใช้สอดทางทวารหนัก) ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่กลายเป็นยาประจำบ้าน เพราะเม็ดเดียวบรรเทาได้หลายอาการ ช่น ไข้หวัด ปวดหัว ปวดฟัน เจ็บคอ หรือจะบวมตึงที่ข้อต่อ
ยาต้านซึมเศร้า
ยาต้านเศร้า หรือ Antidepressants คือยาที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้า สุขภาพจิต หรือโรคอื่นๆ ที่ใกล้เคียง อย่างโรควิตกกังวล โรคแพนิค และโรคย้ำคิดย้ำทำ ยาตัวนี้ไม่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป เพราะเป็นยาเฉพาะทางจึงจำเป็นต้องได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์เท่านั้น
ยากลุ่มนี้จะทำงานต่อระบบประสาทในสมอง มีผลต่ออารมณ์และการทำงานของระบบในร่างกาย แต่ในบางชนิดตัวยาก็อาจจะออกฤทธิ์ต่างไปตามกลไกของโรค แต่โดยหลักแล้ว ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงในตัวอยู่แล้ว เช่น
- ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องไส้แปรปรวน
- เพลียกว่าปกติ หรือง่วงนอน
- เวียนศีรษะ ปากแห้ง หรือเหงื่อออกมาก
- ความอยากอาหารหรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลง
- ความต้องการทางเพศลดลงหรือมีปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศ
ทุเรียน
ทุเรียนเป็นผลไม้เขตร้อน ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นเป็นพิเศษด้วย ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นฤดูกาลที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย
เนื้อทุเรียนมีสารอาหารประกอบกันหลากหลายชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล ใยอาหาร โพแทสเซียม วิตามินซี และวิตามิตบีบางชนิด นอกจากนี้ ทุเรียนยังมีสารประกอบทางชีวภาพหลายชนิด ได้แก่
- สารประกอบฟีนอลิก (Phenolic compounds) สารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- แคโรทีนอยด์และเบตาแคโรทีน (Carotenoids และ Beta-carotene) สีจากธรรมชาติ
- สารประกอบกำมะถัน (Sulfur-containing compounds) กลิ่นเฉพาะตัวของทุเรียน
การรับประทาน ทุเรียน ร่วมกับยาพาราเซตามอลหรือยาซึมเศร้า จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ดังนี้
การกินทุเรียนร่วมกับยาพาราเซตามอล จะส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายหรือความดันตกลงอย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรกินในช่วงเวลาใกล้กัน อาจเว้นระยะเวลาไป 2-3 ชั่วโมง หลังจากกินอย่างใดอย่างหนึ่ง
การกินทุเรียนกับยาต้านซึมเศร้าชนิด MAOI จะมีสารที่เรียกว่าไทรามีนสูงมากขึ้น มีผลทำให้ความดันขึ้นสูงมาก ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ อย่างไรก็ตาม ควรสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนว่า ตัวยาที่ได้รับนั้นสามารถกินกับทุเรียนได้หรือไม่เพื่อความปลอดภัย
ที่มาข้อมูล : pubmed