รวบหญิงจีนสวมสิทธิคนไทย 28 ปี พบถือครองที่ดิน 7 แปลง มูลค่า 57 ล้าน โยงธุรกิจล้งทุเรียน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพรจับกุม น.ส.สุพร อายุ 41 ปี หญิงสัญชาติจีน ตามหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน หลังตรวจพบประวัติใช้สถานะบุคคลสัญชาติไทยโดยมิชอบมานานถึง 28 ปี ก่อนสืบสวนพบข้อมูลเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนบริษัทและถือครองที่ดิน 7 แปลง มูลค่ากว่า 57 ล้านบาท โดยหนึ่งในนั้นถูกปล่อยเช่าเป็นโรงคัดบรรจุทุเรียน หรือล้งทุเรียน
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษกกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เปิดเผยว่า คดีเริ่มจากอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ตรวจพบความผิดปกติในการแจ้งเกิดของ น.ส.สุพร จึงมีคำสั่งนายทะเบียนที่ 5/2569 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ให้จำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนราษฎร เนื่องจากพบว่าการแจ้งเกิดไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า น.ส.สุพร มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งแรกเมื่อปี 2541 ที่อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร ก่อนมีการย้ายทะเบียนบ้านและทำบัตรประชาชนรวม 9 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดอยู่ในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
หลังพบข้อมูลผิดปกติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรสืบสวนเพิ่มเติม พบว่า น.ส.สุพร มีความเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียน บริษัท ไทยซินกอนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และมีข้อมูลการถือครองที่ดิน 7 แปลง มูลค่ารวมกว่า 57 ล้านบาท
ที่ดินหนึ่งแปลงถูกใช้เป็นที่ตั้งโรงคัดบรรจุทุเรียน ซึ่งมีการปล่อยให้บุคคลอื่นเช่าเพื่อประกอบกิจการ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดการถือครองทรัพย์สินและผู้เกี่ยวข้อง
ภายหลังอำเภอหลังสวนมีคำสั่งจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนราษฎร ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงตรวจสอบสถานะบุคคลและการอยู่ในประเทศไทย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาลจังหวัดหลังสวน และเข้าจับกุม น.ส.สุพร ในพื้นที่อำเภอหลังสวน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 จากกรณีการนำชื่อเข้าทะเบียนบ้านและยื่นคำขอมีบัตรประชาชนโดยมิชอบ
นอกจากนี้ ยังถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 113 เกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว และ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน ดำเนินคดี
ขณะเดียวกัน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชุมพรยังตรวจสอบอีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หลังนายเจริญพร อดีตลูกจ้างบริษัท เฮ่าเทียน อิมปอร์ตเอ็กปอร์ต เทรดดิ้ง จำกัด ร้องเรียนว่าถูกนำชื่อไปเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทโดยไม่ยินยอม จนถูกตัดสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐ
จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทพบว่า นายเจริญพรมีชื่อถือหุ้น 51% ส่วน นายหลี (Mr. Li) ชาวจีน ถือหุ้น 49% และมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท โดยบริษัทประกอบธุรกิจรับซื้อและจำหน่ายทุเรียนภายในประเทศ ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง
เจ้าหน้าที่จึงนำหมายค้นศาลจังหวัดหลังสวนเข้าตรวจสอบบริษัทในตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน ก่อนเชิญตัวนายหลีไปยัง สภ.หลังสวน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และการประกอบธุรกิจโดยใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าจะขยายผลตรวจสอบผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการใช้สถานะบุคคลสัญชาติไทยโดยมิชอบ รวมถึงการใช้คนไทยถือครองทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ โดยทั้งสองคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนตามกฎหมาย
- เพจดังแฉ แก๊งจีนรับทำบัตรประชาชนไทยผ่านโซเชียล หวั่นกระทบความมั่นคง
- ตม.ชลบุรี รวบสาวจีน ถือวีซ่าท่องเที่ยวเป็นนายหน้า โปรโมตขายที่ดินผ่านโซเชียล
- ทัพเรือสกัด 14 จีนเทา ลอบข้ามชายแดน เอี่ยวเครือข่ายอาชญกรรมข้ามชาติฝั่งกัมพูชา