โลกร่วมประณาม เหตุกลุ่มมือปืนกราดยิงกลางงานศพในโบสถ์ที่จอร์แดน เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บอีก 40
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มมือปืนก่อเหตุกราดยิงระหว่างพิธีศพ ซึ่งจัดขึ้นที่โบสถ์แห่งหนึ่ง ในประเทศจอร์แดน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีก 40 คน
โดยเหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นที่โบสถ์นิกายกรีกออร์โธด็อกซ์ ในเมืองคารัก ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงอัมมาน เมืองหลวงของจอร์แดน ไปทางใต้ราว 180 กิโลเมตร
ภาพจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลจอร์แดน เผยให้เห็นมือปืน 2 คน ซึ่งดูเหมือนจะถือปืนพก กำลังเดินตรงไปยังโบสถ์ ก่อนจะเริ่มกราดยิง จากนั้นก็มีชายคนที่ 3 ที่ดูเหมือนจะถือปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติเดินเข้ามา และร่วมกราดยิงด้วย ก่อนที่ทั้ง 3 คน จะวิ่งตรงไปยังตัวโบสถ์
ซึ่งวิดีโอที่บันทึกโดยพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยให้เป็นเศษกระจกแตกกระจายและคราบเลือดที่นองอยู่บนพื้นภายในโบสถ์
ดอร์กัม ฮาลาซา หนึ่งในผู้ร่วมงานศพภายในโบสถ์ กล่าวว่า มีเสียงปืนดังสนั่นขึ้นหลังจากพิธีเริ่มไปได้ 15 นาที ทำให้ผู้คนต่างพากันวิ่งหนี และแม้ว่าเขาจะไม่ได้เห็นตัวมือปืนด้วยตนเอง แต่มีคนอื่นรายงานว่า เห็นมือปืนทั้งหมด 4 คน ซึ่งสำนักข่าวเอพี ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้ก่อเหตุได้อย่างแน่ชัดว่ามีกี่คน และหน่วยงานความมั่นคงของจอร์แดนเอง ก็ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะที่รัฐบาลจอร์แดน ออกมาแถลงการณ์ ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้กระทำโดยกลุ่มคนร้ายที่ไม่ทราบฝ่าย แต่ไม่ได้ระบุว่า มีการจับกุมหรือนสังหารมือปืนรายใดหรือไม่ ระบุเพียงว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มกำลัง
ด้านนายอิบราฮิม อัล-บูดูร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของจอร์แดน เปิดเผยว่า ในจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น มี 2 รายที่มีอาการสาหัส
ขณะที่สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 ทรงโพสต์ข้อความผ่านทางแพลตฟอร์ม X ว่า จอร์แดนจะจัดการกับการกระทำอันเป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายที่มุ่งเป้าไปยังเมืองคารัก ด้วยบทลงโทษที่รุนแรงที่สุด พร้อมทั้งแสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนหายเป็นปกติโดยเร็ว”
ด้านจาฟาร์ ฮัสซัน นายกรัฐมนตรีจอร์แดน กล่าวระหว่างการประชุมด้านความมั่นคงที่เมืองคารักเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ว่า เหตุโจมตีครั้งนี้เป็นผลมาจากอุดมการณ์ของผู้ก่อการร้ายและความสุดโต่งที่ปราศจากเหตุผล เขาระบุว่าผู้ก่อเหตุจะต้องได้รับโทษ และจะมีการดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่พยายามเผยแพร่แนวคิดสุดโต่งดังกล่าว
สำนักข่าวเปตรา ของจอร์แดน รายงานว่า ทางการได้ประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน
ข่าวระบุว่า เมืองคารัก ซึ่งมีประชากรจำนวนไม่มากที่นับถือศาสนาคริสต์ เคยเกิดเหตุกลุ่มมือปืนซุ่มโจมตีตำรวจหลายจุด เมื่อปี 2016 รวมถึงที่ปราสาทครูเซเดอร์ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 7 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบคน
เหตุสังหารโหดครั้งนี้ได้รับเสียงประณามจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค อาทิ เลบานอน ซีเรีย อียิปต์ และโอมาน
อาห์เหม็ด อัล-ตายิบ ผู้นำสูงสุดของอัล-อัซฮัร ซึ่งเป็นสถาบันทางศาสนาที่สำคัญที่สุดของโลกมุสลิมนิกายซุนนีในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเหยื่อจากเหตุยิงกันเมื่อวันศุกร์ โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “การโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่เลวร้ายอย่างยิ่ง”
ขณะที่ฟูอัด ฮุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศอิรัก ได้โทรศัพท์หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศจอร์แดน โดยสำนักงานของฮุสเซนระบุในแถลงการณ์ว่า อิรักขอยืนหยัดเคียงข้างจอร์แดนในการเผชิญกับภัยก่อการร้าย
สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิอู กุแตร์เรส เปิดเผยว่า เลขาธิการสหประชาชาติได้ประณามเหตุโจมตีดังกล่าวระหว่างพิธีศพ โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่ “เลวร้ายอย่างยิ่ง” พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการติดตามตัวผู้รับผิดชอบทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย