คนไข้ร้อง หมอสิงคโปร์ฉีดฟิลเลอร์เกินขนาด 3 เท่า ทำปวดใบหน้าเรื้อรัง 19 เดือน ถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัดเส้นประสาท ซ้ำร้ายกลายเป็นคนว่างงาน
วันที่ 16 ต.ค. 69 สื่อต่างประเทศ รายงานว่า คนไข้ร้องเรียนหมอชาวสิงคโปร์ หลังได้รับการฉีดฟิลเลอร์มากกว่าปริมาณสูงสุดที่ระบุไว้ถึง 3 เท่า จนมีอาการปวดใบหน้าด้านซ้ายเรื้อรังนานอย่างน้อย 19 เดือน และต้องเข้ารับการผ่าตัดเส้นประสาทเพื่อบรรเทาอาการ
นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสูญเสียงานจากปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้น โดยคณะกรรมการพิจารณาคำสั่งชั่วคราว (IOC) เผยแพร่รายละเอียดคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2569 ล่าสุดหมอรายนี้ถูกจำกัดการประกอบวิชาชีพชั่วคราว
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2566 หลังผู้ป่วยเข้ารับบริการที่คลินิกแห่งหนึ่ง กับนายแพทย์ ที่เป็นผู้ก่อตั้งคลินิก โดยแพทย์แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ และผู้ป่วยระบุว่าได้รับฟิลเลอร์รวม 7 มิลลิลิตร (มล.) ในครั้งเดียว
ทั้งที่ฉลากผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณสูงสุด 2 มล. ต่อปี หลังการฉีด ผู้ป่วยมีอาการปวดใบหน้าด้านซ้ายและหลอดเลือดอุดตัน แพทย์จึงฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส รวมถึงใช้ยาอื่น ๆ เพื่อรักษาอาการต่อเนื่องหลายครั้ง
ตลอดระยะเวลาการรักษา ผู้ป่วยเผชิญอาการปวดหน้าเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง น้ำหนักลดมากกว่า 20 กก. รวมถึงสุขภาพจิตย่ำแย่ ก่อนเข้ารับการรักษาจากแพทย์รายอื่นและผ่าตัดเส้นประสาทเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด
ต่อมาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสภาการแพทย์สิงคโปร์ (SMC) เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2567 ขณะที่แพทย์ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานและการฉีดไฮยาลูโรนิเดสมีเป้าหมายเพื่อรักษาภาวะหลอดเลือดอุดตัน ไม่ใช่สลายฟิลเลอร์
ด้าน IOC มีคำสั่งระงับการประกอบวิชาชีพของแพทย์เป็นเวลา 18 เดือน หรือจนกว่ากระบวนการพิจารณาคดีจะสิ้นสุดลง แล้วแต่ว่ากรณีใดเกิดขึ้นก่อน โดยห้ามให้บริการหรือฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงห้ามรักษาผู้ป่วยที่มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์
อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งชั่วคราวแล้ว โดยมีกำหนดพิจารณาในวันที่ 28 ต.ค. 2569 ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นมาตรการชั่วคราวระหว่างการดำเนินกระบวนการสอบสวนและพิจารณาคดี ไม่ใช่คำตัดสินความผิดทางวินัยขั้นสุดท้าย
ขอบคุณที่มา mothership
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์