คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสมุทรสาคร · เปลี่ยน

JARTON คว้างานระบบความปลอดภัย IMF–World Bank เร่งเครื่อง AI–Cyber Security ดันรายได้พันล้านปี 73

ที่มา: ข่าวสด

บริษัท จาร์ตัน โฮลดิงส์ จำกัด (JARTON Holdings) โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีความปลอดภัยไทย รับงานดูแลระบบตรวจคัดกรองการประชุม IMF–World Bank 2569 ด้วยอุปกรณ์กว่า 100 เครื่องและทีมเทคนิคกว่า 30 คน เดินหน้าต่อยอด AI Screening ขยายตลาดอาเซียน รุก Cyber Security เจาะ SME ตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปีในช่วงปี 2570–2572 ดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2573 พร้อมวางแผนลงทุนยกระดับโรงงานนครปฐมสู่การผลิตเต็มรูปแบบ

นายธีธัช จึงกานต์กุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ บริษัท จาร์ตัน โฮลดิงส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์ในธุรกิจผลิตฮาร์ดแวร์ด้านอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย (Physical Security) มาเกือบ 50 ปี ล่าสุดวางแผนขยายธุรกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยต่อยอดธุรกิจอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาระบบคัดกรองอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การให้บริการซอฟต์แวร์ และการขยายธุรกิจความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) รวมถึงการรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียน

ปัจจุบันจาร์ตัน โฮลดิงส์ มีรายได้รวมประมาณ 500–600 ล้านบาท ธุรกิจฮาร์ดแวร์เติบโตประมาณ 10% ขณะที่ระบบคัดกรองความปลอดภัย ซอฟต์แวร์ และ AI เติบโตประมาณ 30% ทำให้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปีในช่วงปี 2570–2572 ก่อนผลักดันรายได้รวมแตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2573 ผ่าน 3 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การขยายตลาดและฐานลูกค้า การต่อยอด AI สู่บริการซอฟต์แวร์ และการพัฒนา Cyber Security

“ในช่วงเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดสรรงบประมาณ 15–20% สำหรับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างนวัตกรรมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นธุรกิจ Security Screening หรือระบบคัดกรองความปลอดภัยอัจฉริยะ ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทต้องการสร้างความแตกต่าง มากกว่าการแข่งขันในตลาดกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าออกที่มีผู้ประกอบการจำนวนมาก”นายธีธัชกล่าวว่า

ผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ เครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่านที่ใช้ AI (AI Walk-Through Metal Detector) ซึ่งช่วยแยกแยะโลหะทั่วไปออกจากวัตถุต้องสงสัย ลดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น ตลอดจนเทคโนโลยีตรวจคัดกรองบุคคลด้วยคลื่นมิลลิเมตร (MMWave) เครื่องเอกซเรย์ที่ใช้ AI และระบบสแกนใต้ท้องรถยนต์

ชู

เทคโนโลยีไทย สร้างผลงานเวทีนานาชาติ

หนึ่งในผลงานสำคัญคือการได้รับคัดเลือกให้ดูแลระบบตรวจคัดกรองความปลอดภัยในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026)

โดยครอบคลุมเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่านทั่วไป (WTMD) เครื่องตรวจจับอาวุธและโลหะแบบเดินผ่านที่ใช้ AI (AI WTMD) เครื่องเอกซเรย์สัมภาระที่ใช้ AI ระบบคัดกรองบุคคลด้วยคลื่นมิลลิเมตร (MMW) และเครื่องสแกนใต้ท้องรถยนต์เพื่อตรวจหาวัตถุต้องสงสัย โดยใช้อุปกรณ์กว่า 100 เครื่อง พร้อมทีมเทคนิคกว่า 30 คน ดูแลตั้งแต่การวางแผนและติดตั้งการทดสอบความพร้อมของระบบ ไปจนถึงการสนับสนุนเจ้าหน้าที่และดูแลการทำงานของอุปกรณ์ตลอดการจัดงาน

“บริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านระบบและโซลูชันล่วงหน้ามาเกือบ 2 ปี เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากและลดความแออัดบริเวณจุดตรวจ โดยมองว่าการได้รับความไว้วางใจในงานระดับนานาชาติเป็นโอกาสแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการไทย”

นอกจากนี้ บริษัทยังมีประสบการณ์ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู สีเหลือง สีม่วง และสีน้ำเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โครงการวัน แบงค็อก กองบิน 23 กองทัพอากาศ และงาน FIFA Congress 2024

ขยายตลาดอาเซียน–อินเดีย ต่อยอดรายได้จากซอฟต์แวร์

ด้านตลาดต่างประเทศ JARTON ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปแล้วมากกว่า 17 ประเทศ และเชื่อว่าการได้รับคัดเลือกให้ดูแลระบบตรวจคัดกรองความปลอดภัยในการประชุมระดับนานาชาติ IMF–World Bank 2026 ในครั้งนี้จะเป็นสปริงบอร์ด ให้บริษัทสามารถต่อยอดจากฐานธุรกิจฮาร์ดแวร์ไปสู่ระบบคัดกรองอัจฉริยะในตลาดต่างประเทศ

โดยให้ความสำคัญกับอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งมีโอกาสจากความต้องการระบบรักษาความปลอดภัยในโรงแรมและพื้นที่สาธารณะ รวมถึงตลาดอินเดียที่เริ่มได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันมีโครงการอยู่ระหว่างเจรจา

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้พัฒนาแนวทางเชื่อมโยงข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจคัดกรองบุคคล สัมภาระ และยานพาหนะผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่บริหารจัดการข้อมูลและติดตามสถานการณ์จากศูนย์ควบคุมเดียวกันได้

พร้อมต่อยอดเทคโนโลยี AI สู่การให้สิทธิใช้เทคโนโลยี (Licensing) และบริการ Software as a Service (SaaS) แก่พันธมิตรที่มีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อยู่แล้ว ช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเพิ่มกำลังการผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์

เปิดเกม Cyber Security เจาะ SME เพิ่มรายได้ประจำ

อีกหนึ่งธุรกิจที่บริษัทเร่งพัฒนาคือ Cyber Security โดยเตรียมต่อยอดบริการภายใต้ชื่อ “JARTON Cyber Guard” มุ่งให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับราคาที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เข้าถึงได้ พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายการเข้าถึงบริการ

นายธีธัชกล่าวว่า บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ Cyber Security มาแล้วประมาณ 2 ปี และมองว่าเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งดูได้จากมูลค่าตลาดโลกของอุตสาหกรรมด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่ง Cyber Security มีมูลรวมสูงถึง 8 ล้านล้านบาท ขณะที่ Physical Security มีมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านบาท

โดยบริษัทมีแผนพัฒนา Cyber Security ควบคู่กับบริการ AI และซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการและสร้างรายได้ประจำในระยะยาว

รุกลูกค้าเอกชน รับดีมานด์โรงงาน–Data Center

สำหรับสัดส่วนส่วนฐานลูกค้าในปัจจุบันของบริษัทจะเป็นภาครัฐประมาณ 65–70% บริษัทจึงต้องการเพิ่มฐานลูกค้าเอกชน โดยมุ่งกลุ่มโรงแรม โรงเรียนนานาชาติ โรงงานอุตสาหกรรมขั้นสูง โรงงานผลิตชิปเซ็ต โรงงานจิวเวลรี่ และโรงงานทองคำ ซึ่งต้องการระบบตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการสูญหายของทรัพย์สินและวัตถุดิบ

บริษัทระบุว่า เครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่านรุ่น 100-Zone สามารถตรวจจับผงโลหะมีค่าน้ำหนักประมาณ 5 กรัมได้ในการทดสอบแนวคิด (Proof of Concept: PoC) จึงเตรียมขยายการใช้งานสู่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องควบคุมวัตถุดิบมูลค่าสูง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับงานติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้ Data Center ขนาดใหญ่ในประเทศไทย มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด เครื่องเอกซเรย์ และเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่านที่ใช้ AI สะท้อนโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยหลายระดับ

ยกระดับโรงงานนครปฐม วางแผนลงทุนกว่า 100 ล้านบาท

สำหรับแผนลงทุน บริษัทตั้งเป้ายกระดับโรงงานในจังหวัดนครปฐมสู่การผลิตเต็มรูปแบบภายใน 3–4 ปี โดยปัจจุบันบริษัทยังต้องนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ เช่น ชิปเซ็ต เมนบอร์ด แผงวงจร และหน่วยประมวลผลภาพ พร้อมเจรจาพันธมิตรในยุโรปเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการผลิต

เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท โดยมีข้อได้เปรียบจากการมีที่ดินและโรงงานเดิมประมาณ 30 ไร่ ทำให้การลงทุนมุ่งเน้นด้านโนฮาว เครื่องจักร และการพัฒนากระบวนการผลิต

นายธีธัชกล่าวว่า บริษัทต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตในประเทศ ควบคู่กับการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง เพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และผลักดัน JARTON Holdings สู่เป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2573

ความคิดเห็น