คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสมุทรสาคร · เปลี่ยน

ชดใช้บาป 2.7 หมื่นล้าน คาทอลิกนิวยอร์ก ยอมจ่ายเหยื่อล่วงละเมิด 1,300 คน จ่อแฉชื่อนักบวช

ที่มา: The Thaiger

ชดใช้บาป 2.7 หมื่นล้าน คาทอลิกนิวยอร์ก ยอมจ่ายเหยื่อล่วงละเมิด 1,300 คน จ่อแฉชื่อนักบวช

สะเทือนศาสนจักร อัครสังฆมณฑลนิวยอร์กยอมจ่ายเงินชดเชย 800 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.7 หมื่นล้านบาท) สูงเป็นประวัติการณ์อันดับ 2 สหรัฐฯ ยุติคดีนักบวชล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อ 1,300 ราย หลังสู้คดีนาน 7 ปี

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ว่า ทนายความของผู้เสียหายและอัครสังฆมณฑลนิวยอร์กตกลงเงื่อนไขการจ่ายเงินชดเชยร่วมกันแล้ว หลังการเจรจาที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงต้นปี

ข้อตกลงมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ เป็นข้อตกลงชดเชยคดีล่วงละเมิดทางเพศที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของอัครสังฆมณฑลคาทอลิกในสหรัฐฯ รองจากอัครสังฆมณฑลลอสแอนเจลิส ซึ่งตกลงจ่ายเงิน 880 ล้านดอลลาร์ให้ผู้เสียหายประมาณ 1,000 คน เมื่อปี 2567

อาร์ชบิชอปโรนัลด์ ฮิกส์ (Ronald Hicks) ประมุขอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ก ส่งอีเมลแจ้งนักบวชในสังกัดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ยืนยันว่าบรรลุข้อตกลงกับผู้ร้องเรียนและทนายความแล้ว แต่ยังไม่ถือเป็นข้อตกลงขั้นสุดท้ายจนกว่าทุกฝ่ายจะลงนามในเอกสาร ซึ่งมีกำหนดในสัปดาห์ของวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

ฮิกส์ระบุว่า ข้อตกลงอาจช่วยเยียวยาผู้เสียหายและเปิดโอกาสให้อัครสังฆมณฑลกลับไปมุ่งเน้นภารกิจทางศาสนา รวมถึงการดูแลผู้ป่วย ผู้ยากไร้ และการศึกษาของเด็ก

ด้านบริษัทกฎหมาย Jeff Anderson & Associates ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายความของผู้ร้องเรียน ยืนยันว่าผู้เสียหายที่ยื่นข้อเรียกร้องต่ออัครสังฆมณฑลนิวยอร์กทั้งหมดได้เห็นชอบแผนชดเชยแล้ว หลังเจรจากันอย่างเข้มข้นตลอดช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความพยายามยุติคดีโดยไม่ให้อัครสังฆมณฑลต้องยื่นขอล้มละลาย ซึ่งอาจทำให้กระบวนการพิจารณาข้อเรียกร้องและการจ่ายเงินชดเชยล่าช้าออกไป

สำหรับเงื่อนไขการจ่ายเงิน ผู้ร้องเรียนสามารถเลือกขอรับเงินชดเชยแบบรวดเร็ว 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเข้าสู่กระบวนการประเมินข้อเรียกร้องเป็นรายบุคคล โดยผู้ประเมินอิสระจะพิจารณาลักษณะการล่วงละเมิดที่ถูกกล่าวหาและผลกระทบที่แต่ละคนได้รับ เพื่อกำหนดจำนวนเงินชดเชยตามความเหมาะสม

นอกจากเงินชดเชยแล้ว ข้อตกลงยังครอบคลุมการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรของคริสตจักรที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศอย่างมีมูล โดยอัครสังฆมณฑลจะต้องเผยแพร่รายชื่อและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับผู้กระทำผิดที่เคยถูกเก็บเป็นความลับเมื่อกระบวนการทางคดีสิ้นสุดลง

ผู้เสียหายยังมีสิทธิได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากผลการดำเนินคดีที่อัครสังฆมณฑลฟ้องร้องบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อค่าสินไหมทดแทน หากมีการตกลงหรือมีคำตัดสินเกี่ยวกับเงินชดเชยเพิ่มเติมในอนาคต

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นสำคัญจากกฎหมาย Child Victims Act ของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งประกาศใช้เมื่อปี 2562 เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็กสามารถยื่นฟ้องคดีแพ่งได้ แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นมานานจนพ้นระยะเวลาฟ้องร้องตามกฎหมายเดิม

กฎหมายเปิดทางให้ผู้เสียหายฟ้องผู้ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงองค์กรที่ถูกกล่าวหาว่าปกป้องหรือปกปิดการกระทำผิด โดยขยายระยะเวลาให้ผู้เสียหายยื่นฟ้องได้จนถึงอายุ 55 ปี และเปิดช่วงเวลาพิเศษให้ผู้ที่มีอายุเกินเกณฑ์สามารถนำคดีเก่ากลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้จนถึงเดือนสิงหาคม 2564

หลังการบังคับใช้กฎหมาย มีผู้เสียหายจำนวนมากยื่นฟ้ององค์กรทางศาสนา รวมถึงอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ก ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่แมนฮัตตัน บรองซ์ สแตเทนไอแลนด์ และอีก 7 เคาน์ตีทางตอนเหนือของนครนิวยอร์ก

อัครสังฆมณฑลแห่งนี้ดูแลโบสถ์ประมาณ 300 แห่ง โรงเรียนคาทอลิกมากกว่า 150 แห่ง และชาวคาทอลิกประมาณ 2.5 ล้านคน

ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคม 2569 อัครสังฆมณฑลนิวยอร์กและคณะทนายความของผู้เสียหายได้ตกลงกรอบการจ่ายเงินชดเชย 800 ล้านดอลลาร์ไว้แล้ว แต่ต้องรอความเห็นชอบจากผู้ร้องเรียนทั้งหมด ก่อนประกาศว่าบรรลุข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม

ขณะที่อัครสังฆมณฑลคาทอลิกในพื้นที่อื่นของสหรัฐฯ ก็มีข้อตกลงชดเชยในคดีลักษณะเดียวกัน โดยอัครสังฆมณฑลซานฟรานซิสโกตกลงจ่ายเงิน 395 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2569 จากคดีประมาณ 500 คดี ส่วนอัครสังฆมณฑลนิวออร์ลีนส์มีข้อตกลงจ่ายเงินอย่างน้อย 230 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากศาลในเดือนธันวาคม 2568

สำหรับข้อตกลงของอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ก แม้ผู้ร้องเรียนทั้งหมดจะเห็นชอบแผนชดเชยแล้ว แต่ยังต้องลงนามในเอกสารและดำเนินขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มจ่ายเงินให้ผู้เสียหายแต่ละคน

ข้อมูลจาก : AP News

ความคิดเห็น