จี 24 ชี้ ภาระหนี้พุ่ง ความเสี่ยงสำคัญ ปท.กำลังพัฒนา
ไทโว โอเยเดเล ประธานกลุ่มประเทศจี 24 กล่าวว่า ความเปราะบางด้านหนี้สินของประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาจำนวนมาก ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม พร้อมเตือนว่า รัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนากำลังเผชิญกับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โอเยเดเล รัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของไนจีเรีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่า ข้อมูลประเมินชี้ให้เห็นว่า ประเทศกำลังพัฒนาต้องจ่ายเงินสำหรัภาระหนี้สินสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วถึงราว 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16.77 ล้านล้านบาท ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ กำลังเผชิญกับการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้น
โอเยเดเลกล่าวว่า สิ่งที่เราเห็นในกลุ่มสมาชิกจี 24 โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา คือการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่ไม่เพียงอยู่ในระดับสูงเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนการกู้ยืมที่สูงอีกด้วย
ในปีนี้ ประเทศกำลังพัฒนาที่มีหนี้สินสูงกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก จากผลกระทบด้านอุปทานที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ราคาสินค้าอาหารที่พุ่งสูงขึ้นจากปรากฏการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญ และต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งสูงขึ้น
“สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ในการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจไปสู่การเติบโตที่ครอบคลุมและสร้างงานจำนวนมาก” โอเยเดเลกล่าวว่า
สมาชิกกลุ่มจี 24 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา เรียกร้องให้ไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกจัดหาเงินทุนเงื่อนไขผ่อนปรนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนต่ำลงแก่ประเทศที่มีความเปราะบางในระยะสั้น ควบคู่ไปกับการระดมเงินทุนจากภาคเอกชนและการลดรายจ่ายภาครัฐ
อิยาโบ มาชา ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการกลุ่มจี 24 กล่าวว่า หนี้เป็นสิ่งที่ฉุดรั้งการเติบโต เพราะประเทศต่าง ๆ ไม่มีทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต หรือไม่ก็ต้องนำทรัพยากรส่วนใหญ่ไปใช้เพื่อชำระหนี้เพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม มาชาระบุว่า การปรับปรุงกลไกการจัดการหนี้ภาครัฐของประเทศต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา น่าจะช่วยให้ประเทศที่ประสบวิกฤตหนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยยกตัวอย่างเซเนกัลว่าใกล้การบรรลุข้อยุติขั้นสุดท้ายกับกลุ่มเจ้าหนี้แล้ว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เซเนกัล ซึ่งเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตก มุ่งหลังที่จะบรรลุข้อตกลงในหลักการกับเจ้าหนี้ภาครัฐและผู้ถือพันธบัตรภายในเดือนธันวาคม สองปีหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลหนี้สินที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยนักวิเคราะห์ประเมินมูลค่าหนี้ดังกล่าวที่ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกเหนือจากความท้าทายด้านหนี้สินแล้ว กลุ่มประเทศกำลังพัฒนายังมีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งห่าง ท่ามกลางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างรวดเร็วทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียนสำหรับปีนี้และปีหน้า โดยระบุว่า ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคแทบไม่ได้รับประโยชน์จากกระแสการเติบโตของ (AI) ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจในภูมิภาคอื่น ๆ สามารถรองรับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลางได้
มาชากล่าวกับรอยเตอร์นอกรอบการแถลงข่าวของกลุ่มจี 24 ว่า เป็นเรื่องที่น่ากังวลว่า (AI) จะยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลขยายกว้างขึ้น สำหรับประเทศที่ยังไม่มีระดับการพัฒนาที่เพียงพอ พวกเขาจะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และในขณะนี้พวกเขายังไม่ได้รับประโยชน์จากบทบาทของ (AI) มากนัก
“หากพวกเขามีระบบไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ดี ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะดึงดูดการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ และสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ ก็คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าที่พวกเขาจะเริ่มได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว” มาชาระบุ