สายมูต้องลอง! ศาลเจ้าญี่ปุ่นเปิดให้เตะต่อย “เทพเจ้าแห่งความยากจน” หวังปัดเป่าสิ่งอัปมงคล เรียกโชคลาภ แต่มีข้อห้ามสุดพีก ระวังดวงตกกว่าเดิม
งานนี้ไหว้พระขอพรอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะต้องออกแรงกันสักหน่อย! เมื่อศาลเจ้าแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น มีวิธีเสริมดวงสุดแหวกแนว เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนใช้ไม้ฟาด เตะ และปาถั่วใส่รูปปั้นเทพเจ้าแห่งความยากจน หวังขับไล่ความโชคร้ายและเปิดทางรับโชคลาภ แต่บอกเลยว่าห้ามออกแรงหนักเกินไป เพราะอาจกลายเป็นเรียกความซวยเข้าตัวแทน
ศาลเจ้าสุดแปลกแห่งนี้มีชื่อว่า “ศาลเจ้าบินโบกามิ” ตั้งอยู่ในเมืองชิโนะ จังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น โดยซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอาคารภายใน “ฮักโกะ พาร์ก” พื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภายใต้การดูแลของผู้ผลิตมิโสะ มารุอิ อิโตะ โชเต็น ซึ่งภายในมีถังไม้ขนาดยักษ์สำหรับผลิตมิโสะแบบดั้งเดิม และมีป้ายบอกทางนำไปสู่ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในมุมค่อนข้างมืดและลึกลับ
สำหรับ “บินโบกามิ” หรือ “เทพเจ้าแห่งความยากจน” เป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นที่ปรากฏมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 มีรูปร่างผอมแห้ง เขาเพียงข้างเดียว และดวงตาคล้ายเหรียญทอง เชื่อกันว่าเทพเจ้าองค์นี้ชื่นชอบกลิ่นมิโสะเป็นพิเศษ แต่กลับนำพาความยากจน ความโชคร้าย และความล้มเหลวมาสู่ผู้คน จึงมีธรรมเนียมขับไล่ด้วยการนำมิโสะย่างใส่ถาด เดินถือไปรอบบ้าน ก่อนโยนลงแม่น้ำ เพื่อให้เทพเจ้าองค์นี้ตามกลิ่นมิโสะออกจากบ้านไป
แต่สำหรับศาลเจ้าบินโบกามิ กลับเลือกใช้วิธีที่แปลกและดุดันกว่านั้น! โดยผู้มาเยือนต้องเริ่มจากหยอดเหรียญ 100 เยน หรือราว ๆ 20 บาท ลงในภาชนะรับเงินบริจาค ก่อนหยิบ “ไม้ขับไล่ความยากจน” ที่ทางศาลเจ้าจัดเตรียมไว้ แล้วใช้ฟาดรูปปั้นเทพเจ้าแห่งความยากจนจำนวน 3 ครั้ง จากนั้นวางไม้ลง แล้วใช้เท้าเตะรูปปั้นอีก 3 ครั้ง โดยมีข้อกำหนดว่าห้ามฟาดเกินจำนวนที่ระบุ
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะขั้นตอนสุดท้ายคือการหยิบถั่วที่ศาลเจ้าจัดเตรียมไว้ แล้วปาใส่รูปปั้นเพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคล คล้ายกับประเพณี “เซ็ตสึบุน” ของญี่ปุ่น ที่นิยมปาถั่วเพื่อไล่ปีศาจและความโชคร้าย โดยทางศาลเจ้ายังแนะนำให้ตะโกนระหว่างปาถั่ว เช่น “เจ้าบินโบกามิ จงออกไปซะ!” หรือ “ไอ้ตัวซวย!” เพื่อเพิ่มความขลังให้กับพิธีกรรมอีกด้วย ทั้งนี้ ศาลเจ้าดังกล่าวเป็นศาลเจ้าสาขาของศาลเจ้าสุวะ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 7
ที่น่าสนใจคือ บริเวณผนังรอบรูปปั้นยังเต็มไปด้วยกระดาษที่ผู้มาเยือนเขียนข้อความระบายความอัดอั้นและสิ่งที่อยากขจัดออกจากชีวิต ตั้งแต่ “เจ้านายจอมเฮงซวย”, “ลุงขี้เมา” ไปจนถึง “ไขมันส่วนเกิน” ขณะที่บางข้อความกลับเป็นคำอธิษฐานอย่าง “โรคภัยจงหายไป!” และ “ขอให้ถูกลอตเตอรี่!” สะท้อนความเชื่อว่าการขับไล่เทพเจ้าแห่งความยากจนจะช่วยให้เรื่องร้าย ๆ หมดไป และเปิดทางให้สิ่งดี ๆ เข้ามาแทนที่
นอกจากนี้ ศาลเจ้ายังมีอีกหนึ่งจุดสำหรับเรียกโชคลาภ นั่นคือ “หน้ากากโอตาฟุกุ” หรือ “หน้ากากโอคาเมะ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขและโชคดีตามความเชื่อของญี่ปุ่น แต่คราวนี้ไม่ต้องออกแรงเตะต่อยให้เหนื่อย เพราะผู้มาเยือนเพียงใช้มือลูบหรือแตะหน้ากากเบา ๆ ก็ถือเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ทางศาลเจ้าจะอนุญาตให้ผู้มาเยือนฟาดและเตะรูปปั้นได้ แต่ก็มีคำเตือนสำคัญว่า ห้ามใช้ความรุนแรงมากเกินไปเด็ดขาด นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้รูปปั้นเสียหายแล้ว ยังมีความเชื่อว่าหากลงมือหนักเกินเหตุ พลังด้านลบอาจสะท้อนกลับมาหาตัวเอง จนทำให้โชคร้ายยิ่งกว่าเดิม
เรียกได้ว่าใครคิดจะไปไล่ความจนด้วยกำปั้นก็ต้องยั้งมือยั้งเท้ากันหน่อย เพราะจากที่ตั้งใจไปเรียกโชคลาภ อาจได้ความซวยกลับบ้านแทน!
ที่มา: soranews24
อ่านข่าวเพิ่มเติม: ฮือฮา! ญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์พระ AI “บุดดารอยด์” ช่วยวัดสู้วิกฤตสงฆ์ลดลง สามารถเทศน์ธรรม พร้อมให้คำปรึกษาได้แบบเรียลไทม์ หวังรักษาศรัทธาในยุคดิจิทัล
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์