คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสมุทรปราการ · เปลี่ยน

เขื่อนเจ้าพระยา ปรับลดระบายน้ำ 2,350 ลบ.ม./วิ ใน 5 ทุ่ม คืนนี้ หลังลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มคลี่คลาย

ที่มา: มติชน

ลุ่มน้ำเจ้าพระยาแนวโน้มดีขึ้น กรมชลปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ 2,350 ลบ.ม./วินาที ใน 5 ทุ่ม คืนนี้ เน้นย้ำเฝ้าระวังฝนใต้ กำชับตรวจเครื่องสูบน้ำ หากชำรุดให้รีบซ่อม

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนรับมือฝนในระยะต่อไป โดยมีผู้อำนวยการสำนักและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมเชื่อมต่อผ่านระบบ Video Conference ไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมให้ทันกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง

สำหรับ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะนี้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาเริ่มลดลง กรมชลประทานจึงทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,500 ลบ.ม./วินาที ลงมาอยู่ที่ 2,350 ลบ.ม./วินาที โดยค่อยๆ ลดเป็นขั้นบันได เพื่อไม่ให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป พร้อมบริหารน้ำทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกให้สมดุล เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และลดระดับน้ำเหนือเขื่อนให้มีพื้นที่ว่างรองรับน้ำจากฝนที่อาจตกเพิ่มในช่วงต่อไป

ทั้งนี้ จะเริ่มปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป จากอัตราเดิม 2,400 ลบ.ม./วินาที ทยอยลดชั่วโมงละประมาณ 10 ลบ.ม./วินาที จนกว่าจะเหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที ในเวลา 23.00 น.ของวันนี้ และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง

ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำสะสม ยังคงมีการเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้เหมาะกับปริมาณน้ำในแต่ละช่วง เดินเครื่องสูบน้ำในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง และเสริมกระสอบทรายในจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ชุมชน ขณะเดียวกันยังจับตาน้ำจากพื้นที่ตอนบนและแม่น้ำนครนายกที่ยังทยอยไหลเข้าสู่ระบบ แม้หลายจุดจะเริ่มทรงตัวและระดับน้ำลดลง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าดูสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมปรับการระบายน้ำได้ทันทีตามสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคม 2569 ยังเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากคาดว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงแรกต้องจับตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ก่อนที่ฝนจะเพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งฝนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มีน้ำไหลลงลำน้ำและอ่างเก็บน้ำมากขึ้น

โดยเฉพาะ ภาคใต้ ที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อธิบดีกรมชลประทานกำชับทุกพื้นที่ให้ติดตามฝน ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ และระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรไปเตรียมไว้ในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือทันที หากเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก

ขณะเดียวกัน ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ.2569 กรมชลประทาน ได้ประชุมติดตามสถานการณ์ที่สำนักงานชลประทานที่ 11 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อเตรียมคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมช่วยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยศูนย์ฯ จะเป็นจุดกลางในการเชื่อมข้อมูลและประสานความช่วยเหลือระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ หากจุดใดต้องการเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร หรือกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม จะสามารถจัดกำลังเข้าไปช่วยได้เร็วขึ้น และตรงกับความต้องการของพื้นที่

นอกจากนี้ อธิบดียังสั่งให้ทุกพื้นที่เช็กเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน หากพบเครื่องไหนชำรุดให้รีบซ่อม พร้อมเร่งเก็บผักตบชวา วัชพืช ขยะ และสิ่งกีดขวางตามหน้าประตูระบายน้ำและทางน้ำสำคัญ เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก รวมทั้งประสานจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่น และแจ้งข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง

แม้สถานการณ์เจ้าพระยาจะเริ่มดีขึ้นและสามารถทยอยลดการระบายน้ำได้ แต่กรมชลประทานยังไม่ประมาท เพราะยังมีฝนอีกระลอกที่ต้องเฝ้าระวัง โดยจะติดตามทั้งฝนและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมคนและเครื่องจักรไว้ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคใต้ หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจะเร่งเข้าไปช่วยทันที เพื่อให้น้ำลดและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

พัฒนาการของเหตุการณ์: 5 รายงาน

ความคิดเห็น