คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสมุทรปราการ · เปลี่ยน

ฉก.ราชมนู ชู4มิติ แก้ปัญหา ‘กระสุนล้ำแดน’ ไทย-เมียนมา ย้ำปกป้องอธิปไตย-คุ้มครองประชาชน

ที่มา: ข่าวสด

“ฉก.ราชมนู” ชู 4 มิติ แก้ปัญหา “กระสุนล้ำแดน” ไทย-เมียนมา ย้ำปกป้องอธิปไตย เร่งคุ้มครองประชาชนชายแดน พร้อมบริหารจัดการ ผู้หนีภัย จากการสู้รบ ตามหลักมนุษยธรรม

26 ตุลาคม 2569 – หน่วยเฉพาะกิจราชมนู (ฉก.ราชมนู) กองกำลังนเรศวร (กกล.นเรศวร) เปิดเผยแนวทางแก้ไขปัญหากระสุนปืนและลูกปืนใหญ่ตกข้ามเข้ามาในฝั่งไทย จากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

โดยแนวทางแก้ไขปัญหาครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ มาตรการทางทหารและการป้องกันชายแดน การประสานงานทางการเมืองและการทูต การคุ้มครองและเยียวยาประชาชน ตลอดจนการบริหารจัดการผู้หนีภัย จากการสู้รบตามหลักมนุษยธรรม

สำหรับ มาตรการทางทหารและการป้องกันชายแดน กองกำลังนเรศวรจะปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement: ROE) โดยหากพบกระสุนจากฝั่งเมียนมา ตกเข้ามาในเขตไทย จะยิงกระสุนควันเตือนไปยังจุดกำเนิดเสียงหรือฝ่ายที่ยิง เพื่อแจ้งเตือนว่า มีกระสุนล้ำเข้ามาในอธิปไตยของไทย หากพบว่า มีเจตนายิงเข้ามาหรือเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

กองทัพ สามารถใช้มาตรการตอบโต้ตามระดับความเหมาะสม เพื่อกดดันให้ยุติการยิง พร้อมทั้งตรึงกำลัง เพิ่มจุดตรวจ และลาดตระเวนทางบก ทางน้ำบริเวณแม่น้ำเมย รวมถึงใช้โดรนหรืออากาศยานเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้านการทูตและการประสานงานระหว่างประเทศ จะใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่น (Township Border Committee: TBC) และคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ประสานไปยังกองทัพเมียนมาทันทีเมื่อเกิดเหตุ เพื่อแจ้งเตือนและเรียกร้องให้ยุติการยิงในทิศทางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพจะใช้ช่องทางการทูตยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการ เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำการรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน รวมถึงติดตามและประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์กับทางการเมียนมา เพื่อวางแผนป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า

ส่วนการคุ้มครองและเยียวยาประชาชน จะให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนและฝึกซ้อมอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัย เมื่อเกิดการปะทะอย่างหนาแน่น ตลอดจนสร้างและปรับปรุงหลุมหลบภัยในชุมชน โรงเรียน และบ้านเรือนที่อยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยงตามแนวแม่น้ำ พร้อมจัดตั้งกองทุนหรือกลไกชดเชยความเสียหายอย่างเร่งด่วนแก่ประชาชนไทยที่ได้รับผลกระทบจากกระสุนล้ำแดน ทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตร

ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการผู้หนีภัยจากการสู้รบจะดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม โดยจัดพื้นที่ปลอดภัยรองรับชาวเมียนมาที่หนีภัยเข้ามาในฝั่งไทย พร้อมควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด และตรวจคัดกรองสิ่งผิดกฎหมายรวมถึงอาวุธอย่างเข้มงวด

เมื่อการสู้รบยุติลงและสถานการณ์คลี่คลาย จะประสานการส่งผู้หนีภัยกลับประเทศโดยสมัครใจ ทั้งนี้ แนวทางทั้ง 4 มิติ มุ่งลดผลกระทบจากการสู้รบข้ามแดน รักษาอธิปไตยของไทย และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา

ความคิดเห็น