คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสมุทรปราการ · เปลี่ยน

“อัครนันท์” สั่งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ชลบุรี ตรวจสอบครูฟาดก้นเด็ก ป.4 ตั้งสอบวินัยร้ายแรง

ที่มา: ไทยรัฐ

“อัครนันท์” รมช.ศึกษาธิการ สั่งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ชลบุรี ตรวจสอบปมครูลงโทษฟาดก้นเด็ก ป.4 ตั้งสอบวินัยร้ายแรง กำชับดูแลสภาพจิตใจเด็ก ให้กลับมาเรียนได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สั่งการให้ ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ชลบุรี เร่งติดตามและตรวจสอบกรณีครูผู้ช่วยโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัด ลงโทษนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการตี หลังไม่ส่งการบ้าน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างคาบวิชาภาษาอังกฤษ โดยครูผู้ช่วยได้ลงโทษด้วยการตีตามจำนวนข้อที่ไม่ได้ทำ

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติภารกิจร่วมในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เมื่อทราบเรื่องแล้ว ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ติดตามกรณีดังกล่าวทันที เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและความปลอดภัยของเด็กโดยตรงที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง หากพบว่าครูกระทำผิดจริง จะต้องดำเนินการทางวินัย และพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับเด็ก จะต้องเร่งตรวจสอบและไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบหาย

“เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและความปลอดภัยของเด็ก เราจะไม่ปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ ผมได้สั่งการให้ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที อยากให้ผู้ปกครองมั่นใจว่า เรื่องของลูกหลานท่าน กระทรวงศึกษาธิการไม่ปล่อยผ่าน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย เพราะเด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง และโรงเรียนทุกแห่งต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” นายอัครนันท์ กล่าว

นายอัครนันท์ ยังย้ำว่า การลงโทษนักเรียนต้องเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ครูสามารถอบรมสั่งสอน และสร้างวินัยให้กับนักเรียนได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม ไม่กระทบต่อร่างกาย จิตใจของเด็ก โดยจะต้องใช้วิธีการที่สร้างสรรค์และเหมาะสมกับวัยของนักเรียน การสร้างวินัยให้เด็กเป็นเรื่องสำคัญ แต่การสร้างวินัยต้องไม่กลายเป็นการใช้ความรุนแรง เราต้องทำให้ครูมีเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมในการดูแลนักเรียน เพราะเป้าหมายของการศึกษาไม่ใช่แค่ให้เด็กเรียนเก่ง แต่ต้องทำให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างปลอดภัยและมีความสุข

นายอัครนันท์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการกรณีนี้จะยึดข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะไม่ตัดสินผู้ถูกร้องเรียนก่อนผลการตรวจสอบ แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะต้องดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำกรณีดังกล่าวไปสร้างความเข้าใจแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

“เราต้องทำให้เด็กรู้ว่า เขาไม่ควรต้องรู้สึกผิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องทำคือรับฟัง ทำความเข้าใจ และดูแลความรู้สึกของเขา ไม่ใช่ทำให้เด็กต้องแบกรับปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง ผมได้กำชับว่าเรื่องนี้ต้องดูแลทั้งกระบวนการ ต้องติดตามด้วยว่าเด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจหรือไม่ และต้องมีการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพราะหน้าที่ของเราไม่ใช่เพียงหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องทำให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตในโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ” นายอัครนันท์ กล่าว

ความคิดเห็น