ถ่ายปกติทุกวัน ก็ยังเป็นมะเร็งลำไส้ได้? เตือน 6 สัญญาณที่หลายคนมองข้าม
หมอเจด เผยผู้ป่วยมะเร็งลำไส้บางคนเริ่มจากเหนื่อยง่าย ซีด น้ำหนักลด โดยไม่มีอาการขับถ่ายผิดปกติ
ผลตรวจเลือดที่พบว่าซีดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นเบาะแสของความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ แม้เจ้าตัวจะขับถ่ายเป็นประจำและไม่เคยเห็นเลือดปนในอุจจาระก็ตาม นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ หมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จึงออกมาเตือนถึง 6 สัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งหลายคนไม่เคยนึกถึง
หมอเจดอธิบายผ่านเฟซบุ๊กว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ได้เริ่มจากท้องผูก ท้องเสีย หรือถ่ายเป็นเลือดเสมอไป บางคนมีเลือดออกภายในลำไส้ทีละน้อยจนเกิดภาวะโลหิตจาง ขณะที่บางคนตรวจพบมะเร็งในระยะแรกโดยไม่มีอาการผิดปกติเลย
สำหรับ 6 สัญญาณที่ควรสังเกต ประกอบด้วย
- เหนื่อยง่าย หน้ามืด ทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนัก จากเดิมเดินขึ้นบันไดได้ตามปกติ กลับเหนื่อยหรือใจสั่นง่ายขึ้น อาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดภายในลำไส้อย่างต่อเนื่อง
- ตรวจเลือดพบว่าซีด แต่ไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะผู้ชายและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หากมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ควรตรวจหาสาเหตุของการเสียเลือด รวมถึงความผิดปกติในทางเดินอาหาร
- น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพิ่ม แต่น้ำหนักกลับลดลงต่อเนื่อง บางคนมีอาการเบื่ออาหารร่วมด้วย
- ปวดท้องหรือแน่นท้องเรื้อรัง อาการเป็น ๆ หาย ๆ คล้ายโรคกระเพาะ โดยเฉพาะเมื่ออาการรุนแรงขึ้นหรือมีน้ำหนักลดและซีดร่วมด้วย
- ท้องป่อง คลื่นไส้ กินอาหารได้น้อยลง อาจเกิดจากความผิดปกติที่ทำให้ลำไส้ตีบแคบ หากปวดท้องรุนแรง อาเจียน ไม่ถ่ายและไม่ผายลม ต้องไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน เพราะอาจเกิดภาวะลำไส้อุดตัน
- ถ่ายปกติแต่ตรวจพบเลือดแฝงในอุจจาระ แม้ไม่เห็นเลือดด้วยตาเปล่า แต่การตรวจ FIT อาจพบเลือดปริมาณน้อยที่ซ่อนอยู่ หากผลเป็นบวกควรเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อหาสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้เกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เหนื่อยง่ายหรือมีอาการท้องอืดจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เสมอไป แต่หากพบความผิดปกติต่อเนื่อง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ตรวจหาสาเหตุ
สำหรับคนไทยอายุ 50 ถึง 70 ปี สามารถตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธี FIT ได้ฟรีตามสิทธิที่กำหนด โดยกรมการแพทย์ระบุว่าผู้มีสิทธิทุกระบบสามารถเข้ารับบริการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระได้ หากผลผิดปกติจะได้รับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจต้องเริ่มตรวจเร็วกว่านั้น
หมอเจดแนะนำให้ลดการรับประทานเนื้อแปรรูป เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก เลิกสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่
สิ่งสำคัญคือการตรวจคัดกรองตามวัยและความเสี่ยง แม้ไม่มีอาการผิดปกติ เพราะการตรวจสามารถพบติ่งเนื้อบางชนิดและนำออกก่อนพัฒนาเป็นมะเร็งได้
- กระดูกคอทับเส้นประสาท สังเกตอาการก่อนลุกลามรุนแรง
- เหนื่อยง่ายแบบไหน เสี่ยงโรคหัวใจ หลัง “เรย์” เคยมีอาการก่อนพบหลอดเลือดตีบ 3 เส้น
- หมอโรคหัวใจ แฉประกันสุขภาพเคลมยาก ขอเอกสาร 9 หน้า ผู้ป่วยล้มระหว่างรออนุมัติ
ขอบคุณข้อมูลจาก : FB/หมอเจด