คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ ลาออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศกรีซแล้ว หลังถูกกดดันหนักจากข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์และประพฤติมิชอบในตำแหน่งทูต
เมื่อวันอังคารที่ 13 ต.ค. 2569 นางคิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ เปิดเผยว่า เธอก้าวลงจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศกรีซแล้ว หลังจากทำเนียบขาวขอให้เธอลาออก หลังจากมีรายงานกล่าวหาว่าเธอเสนอให้บุคคลอื่นเข้าถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล เพื่อแลกกับการช่วยใช้หนี้บัตรเครดิต
“แม้ว่าเวลาของฉันในฐานะเอกอัครราชทูตอาจจะสิ้นสุดลง แต่ความมุ่งมั่นที่มีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, ขบวนการ America First และประเทศที่ฉันรักจะไม่มีวันสิ้นสุด” เธอยังปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันจะ “ปกป้องชื่อเสียงของตนเองอย่างถึงที่สุด” กิลฟอยล์ระบุผ่าน X
ด้านนาง เคที ซาคาเรีย โฆษกทำเนียบขาวยืนยันในการแถลงข่าวประจำวันว่า “เราได้ขอให้เอกอัครราชทูตกิลฟอยล์ลาออก” พร้อมย้ำว่า “เธอเป็นทรัพยากรที่ยอดเยี่ยมของทีม และเราขออวยพรให้เธอโชคดี”
ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เธอจะไม่ได้อยู่ที่นั่น ผมไม่ชอบสิ่งที่ผมได้อ่าน” โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์ยอมรับว่ากำลังพิจารณาปลดนางกิลฟอยล์ออกจากตำแหน่ง เพราะไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ กิลฟอยล์ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์และประพฤติมิชอบในตำแหน่งทูต โดยนักธุรกิจหนุ่ม อีริก ดีเทอร์ส เปิดเผยกับสื่อ CBS News ว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 กิลฟอยล์เคยขอให้เขาโอนเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อไปชำระยอดค้างชำระบัตรเครดิตของเธอ
ดีเทอร์สระบุว่าคำขอดังกล่าวมีลักษณะเป็นการ “จ่ายเงินเพื่อแลกสิทธิพิเศษ” โดยเขาคาดหวังว่าจะได้เข้าพบและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ เช่น อัยการสูงสุด และกรรมาธิการสรรพากร
นอกจากนี้ The Wall Street Journal ยังรายงานด้วยว่า ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา กิลฟอยล์เคยคุยโวเรื่องที่มีเศรษฐีชาวกรีกเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางสุดหรูให้ และยังแสดงความไม่พอใจที่เธอถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของ อีริก ทรัมป์ ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย
ที่มา : cbsnews