กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ของ NASA สูญเสียระดับวงโคจรจนใกล้ตกกลับสู่โลก หลังความพยายามกู้ภัยไม่สำเร็จ คาดชิ้นส่วนส่วนใหญ่เผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ แต่บางส่วนอาจตกถึงพื้นโลก
วันที่ 31 ตุลาคม 2569 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา เปิดเผยว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ (Swift Observatory) กำลังอยู่ในสภาพสูญเสียระดับวงโคจรและใกล้ตกกลับสู่โลก หลังความพยายามที่จะกู้ภัยเพื่อรักษาระดับวงโคจรไม่ประสบความสำเร็จ โดยกองกำลังอวกาศสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า กล้องโทรทรรศน์ลำนี้อาจตกสู่โลกได้ทุกเมื่อ
นายแบรด เซนโก หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของภารกิจกู้ภัยกล้องโทรทรรศน์สวิฟต์เปิดเผยว่า กล้องโทรทรรศน์มีน้ำหนักประมาณ 1.5 ตัน คาดว่าชิ้นส่วนส่วนใหญ่จะเผาไหม้ไปในชั้นบรรยากาศระหว่างกลับเข้าสู่โลก อย่างไรก็ตาม บางชิ้นส่วนที่ผลิตจากทังสเตนซึ่งมีความหนาแน่นสูงกว่าตะกั่ว รวมถึงชิ้นส่วนกระจก อาจรอดจากการเผาไหม้และตกลงสู่พื้นโลกได้
กองกำลังอวกาศสหรัฐฯ ระบุว่า คาดว่าซากชิ้นส่วนที่รอดจากการเผาไหม้มีแนวโน้มตกลงในมหาสมุทรมากที่สุด แต่พื้นที่บางส่วนของทวีปแอฟริกา ออสเตรเลีย อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ก็อยู่ในแนวเสี่ยงที่กล้องโทรทรรศน์จะตกผ่านเช่นกัน โดยผู้เชี่ยวชาญกำลังติดตามเส้นทางโคจรที่ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง
โดยทีมงานภารกิจสวิฟต์ เปิดเผยว่า รู้สึกภาคภูมิใจและขอบคุณต่อผลงานทางวิทยาศาสตร์ตลอดระยะเวลาเกือบ 22 ปีที่กล้องโทรทรรศน์ปฏิบัติงานในวงโคจร หลังถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2547 เพื่อค้นหาปรากฏการณ์การระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทั้งการระเบิดรังสีแกมมา (Gamma-ray bursts) และการระเบิดของดาวฤกษ์หรือซูเปอร์โนวา
นาซาเปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้กล้องโทรทรรศน์ลดระดับวงโคจรเร็วกว่าปกติ มาจากกิจกรรมบนดวงอาทิตย์ที่รุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องว่าจ้างบริษัท Katalyst Space เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน เพื่อเร่งปฏิบัติการกู้ภัย โดยใช้หุ่นยนต์สามแขนชื่อ Link เข้าประชิดกล้องโทรทรรศน์เพื่อช่วยรักษาระดับวงโคจร
อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์ Link ประสบปัญหาหลังถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม และไม่สามารถเข้าใกล้กล้องโทรทรรศน์ได้มากกว่าระยะประมาณ 12-15 กิโลเมตร ก่อนที่หุ่นยนต์จะตกกลับสู่โลกในเดือนกันยายน ทำให้ภารกิจกู้ภัยต้องยุติลง
โดยหลังยุติภารกิจกู้ภัย กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์กลับมาปฏิบัติการสังเกตการณ์ได้อีกครั้ง และยังค้นพบการระเบิดรังสีแกมมาและปรากฏการณ์พลังงานสูงอื่นๆ เพิ่มเติม แต่เมื่อถึงช่วงปลายเดือนตุลาคม ระดับวงโคจรของกล้องโทรทรรศน์ลดต่ำลงมากจนไม่สามารถรักษาความเสถียรสำหรับการสังเกตการณ์ได้อีกต่อไป ทีมงานจึงต้องปิดระบบทั้งหมด
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาปฏิบัติภารกิจ กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์ตรวจพบการระเบิดรังสีแกมมามากกว่า 2,000 ครั้ง และดาวฤกษ์ระเบิดอีก 1,400 ดวง รวมถึงตรวจพบดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย และหลุมดำที่ฉีกทำลายดาวฤกษ์อีกเป็นจำนวนมาก ช่วยตอบคำถามทางวิทยาศาสตร์หลายเรื่องที่แม้แต่ทีมงานในช่วงเริ่มต้นภารกิจก็ยังไม่เคยคาดคิดว่าจะสามารถค้นพบได้.
ที่มา AP
ภาพ NASA’s Goddard Space Flight Center Conceptual Image Lab