คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเกาะสมุย · เปลี่ยน

กทม.ระดมเก็บขยะ 1.4 พันตัน-ลุยฟื้นฟู เร่งเคลียร์ขยะล้น นายกฯจี้จ่ายเยียวยาให้ไว

ที่มา: มติชน

กทม.ระดมเก็บขยะ 1.4 พันตัน-ลุยฟื้นฟู เร่งเคลียร์ขยะล้น นายกจี้จ่ายเยียวยาให้ไว สั่งระบายน้ำหวั่นฝนถล่ม ห่วงเพชรบุรี-6จว.ใต้ท่วม องครักษ์โวยน้ำเน่า15วัน อยุธยา-ชัยนาทยังจมหนัก

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยกล่าวว่า ภาพรวมหลายๆพื้นที่เริ่มดีขึ้น แต่บางจังหวัด เช่น ปราจีนบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ยังมีสภาพน้ำท่วมขัง และต้องอพยพประชาชนมาอยู่ในศูนย์พักพิง เคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรซึ่งปิดทำการไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ อุปกรณ์การแพทย์และยารักษาโรค ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งเพิ่มเติมเวชภัณฑ์ ยา แพทย์ ไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ถ้ามีการร้องขอมา โดยขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่

“สัปดาห์นี้ คาดการณ์ว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในทุกภาครวมทั้งกรุงเทพมหานคร จะมีฝนตกชุกหนักมากในส่วนภาคใต้ เมื่อมีฝนมีน้ำหนุนเข้ามา ทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยอาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หากพื้นที่ใดยังสามารถเร่งระบายน้ำได้ ขอให้เร่งดำเนินการ หากต้องปรับแผนหรือขอเครื่องสูบน้ำ รถยกสูงหรือกำลังสนับสนุนจากจังหวัดอื่น ขอให้แจ้งมาที่ส่วนกลาง ในพื้นที่เสี่ยงขอให้ดูแลประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มที่ ดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ส่วนพื้นที่ที่น้ำเริ่มลด ขอให้เริ่มสูบน้ำ เก็บขยะทำความสะอาด ตรวจระบบไฟฟ้าประปาดำเนินการทันที ไม่ต้องรอให้ทั้งจังหวัดน้ำแห้ง ทุกจังหวัดที่อยู่ในเขตประกาศพื้นที่ประสบภัย ขอให้เร่งใช้เงินทดลองราชการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลประชาชนที่พำนักที่ศูนย์พักพิงต่างๆให้ได้รับความสะดวกสบายที่สุด ” นายอนุทิน กล่าว

ที่สำนักงานเขตสายไหม นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรม รวมพลังฟื้นฟูหลังน้ำลด พื้นที่เขตสายไหม ซึ่งระดมเจ้าหน้าที่เขตและหน่วยงานต่างๆมาร่วมกิจกรร 550 นาย รถปฏิบัติงานรวม 26 คัน เพื่อเก็บขนขยะ สิ่งของชำรุด เศษวัสดุ และทำความสะอาดพื้นที่เพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้ตามปกติโดยเร็ว ขณะที่ สำนักสิ่งแวดล้อมสรุปสถานการณ์การจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน-3 ตุลาคม ปริมาณ 1,468.27 ตัน ค่าเฉลี่ยการจัดเก็บต่อวัน ปริมาณ 244.71 ตัน/วัน

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสักเชื่อมโยงกันทั้งระบบ จัดจังหวะการรับและระบายน้ำให้สัมพันธ์กัน เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างพร้อมกัน โดยคำนึงถึงปริมาณน้ำจากตอนบน น้ำจากพื้นที่ข้างเคียง และความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่ท้ายน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 957.13 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 109.83% ของความจุระดับเก็บกักปกติ มีน้ำไหลเข้าอ่าง 397.95 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงเพิ่มการระบายน้ำจาก 450 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 500.04 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำและเตรียมพื้นที่รองรับน้ำจากฝนระลอกใหม่ ขณะที่เขื่อนพระราม 6 จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 675.65 ลบ.ม.ต่อวินาที จะบริหารการระบายน้ำให้สอดคล้องกับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมถึงน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงที่ไหลมาสมทบ เพื่อจัดจังหวะน้ำในลุ่มป่าสักตอนล่างให้สัมพันธ์กับการบริหารน้ำในลุ่มเจ้าพระยา และศักยภาพการรองรับน้ำของพื้นที่ท้ายน้ำ

นายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า วันนี้จะมีฝนในภาคอีสานฝั่งตะวันตก ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ และช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคม จะขยับเน้นไปทางภาคตะวันตก จากนั้นวันที่ 8-9 ตุลาคม จะเริ่มมีฝนหนักทางภาคใต้ และช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม พบร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่าน จ.เพชรบุรี ดังนั้นภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ จะได้รับผลกระทบ ซึ่งได้ประสานงานกรมชลประทานเพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ไว้ด้วย

นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันยังต้องคงการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม. ต่อวินาที เนื่องจากต้องพร่องน้ำเหนือเขื่อนชัยนาทและเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลด ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา รองรับที่จะมีฝนตกที่ จ.กำแพงเพชร และอุทัยธานี จะส่งผลต่อพื้นที่ท้ายน้ำตั้งแต่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กทม. และสมุทรปราการ ปริมาณน้ำที่ระบาย 2,500ลบ.ม.ต่อวินาทีมาถึง กทม. และไหลผ่านสมุทรปราการแล้ว คงมีการเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำทั้งหมด และตรวจคันกั้นน้ำใน จ.ปทุมธานีและนนทบุรี มั่นใจว่าระดับน้ำที่ระบายในปริมาณดังกล่าวไม่มีผลกระทบที่จะล้นคันกั้นน้ำของกทม.หรือปริมณฑล เข้าสู่เขตตัวเมืองอย่างแน่นอน

“อธิบดีกรมชลประทานมอบหมายให้สำนักชลประทานตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อเร่งพร่องนํ้าและตรวจตราระบบระบายน้ำใน จ.เพชรบุรี ยืนยันว่ามีความพร้อมรับน้ำกรณีน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน หรือมีฝนตกปริมาณมาก ส่วนปริมาณฝนที่ตกในภาคใต้มีแนวโน้มสูงในวันที่ 10-11 ตุลาคม อธิบดีได้มอบหมายสำนักชลประทานในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกตั้งแต่ จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ให้เตรียมความรับน้ำในเขตของภูเขาและไหลหลากลงมาในพื้นที่เมือง” นายธเนศร์ กล่าว

ที่ จ.นครนายก สถานการณ์น้ำท่วมถนนรังสิต-นครนายก ด้านหน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ (คลอง 16) พบน้ำท่วมขังระยะทาง 500 เมตรทั้งสองฝั่งถนน ระดับน้ำสูง 45 เซนติเมตร ส่งผลให้การเดินทางยากลำบาก รวมทั้งน้ำเริ่มเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็น หลังเกิดน้ำท่วมขังเกือบ 15 วันสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในพื้นที่ โดยมีประชาชนออกมาเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

ที่จ.ชัยนาท พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยอ.สพรรยา น้ำท่วมขยายวงกว้างครอบคลุม 4 ตำบล มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3,500 คน อพยพขึ้นมาอาศัยอยู่ริมถนนคันคลองมหาราชกว่า 750 ครอบครัว ชาวบ้านยังได้รับผลกระทบจากยุง แมลง และความปลอดภัยจากรถที่สัญจรผ่านด้วยความเร็ว รวมทั้งมีปัญหาสุขภาพ โดย รพ.สต.ในพื้นที่พบประชาชนเข้ารับบริการรักษาโรคน้ำกัดเท้าและอาการปวดเมื่อยจากการขนย้ายสิ่งของเพิ่มขึ้น จึงจัดเตรียมยาไปมอบให้ ขณะที่ จ.ชัยนาท เกิดน้ำท่วมทั้ง 8 อำเภอ 45 ตำบล 318 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 16,609 คน รวม 5,811 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 117,525 ไร่

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ หมู่ที่3 ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล พบน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนเกือบทั้งหมด และเริ่มเอ่อข้ามถนน เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องช่วยกันเสริมคันดินและกระสอบทราย บางบ้านหลังถูกน้ำท่วมถึงชั้น 2 ชาวบ้านต้องใช้เรือในการเดินทาง บางครอบครัวย้ายไปเช่าที่พักชั่วคราว

ความคิดเห็น