คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเกาะสมุย · เปลี่ยน

“ชัยชนะ” ปัดอยู่เบื้องหลังม็อบ นปผ. หลังขู่เตรียมเคลื่อนขบวนรถ 1,000 คัน มาทำเนียบฯ

ที่มา: ไทยรัฐ

“ชัยชนะ” ยันไม่ได้อยู่เบื้องหลังม็อบ นปผ. ขู่เคลื่อนขบวนรถ 1,000 คันเข้าทำเนียบฯ จี้ลดราคาน้ำมันลิตรละ 10 บาท ลั่น พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลในสภาฯ และยืนเคียงข้างประชาชนเดือดร้อน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ที่อาคารรัฐสภา ถึงกรณี นายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ประกาศจัดตั้งแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) พร้อมนัดรวมตัวที่สี่แยกควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนเคลื่อนขบวนรถประมาณ 1,000 คัน มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ

โดยระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีการประกาศเชิญชวนประชาชนมาเป็นระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และกำหนดจุดเริ่มต้นการเคลื่อนไหวที่สี่แยกควนหนองหงส์ ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์นี้ได้รับโทรศัพท์จากมิตรสหายว่า มีหน่วยงานราชการบางหน่วยลงพื้นที่สอบถามบุคคลในพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบว่าตนอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้หรือไม่ ตลอดจนพยายามตรวจสอบบุคคลใกล้ชิดว่าได้ให้การสนับสนุนหรือประสานจัดหามวลชนหรือไม่

ทั้งนี้ นายชัยชนะ ยืนยันว่า การเรียกร้องของประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ และเป็นแนวคิดที่เกิดจากประชาชนเอง เนื่องจากกำลังประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งราคาพลังงานและราคาพืชผลทางการเกษตร ในฐานะผู้แทนประชาชน เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็พร้อมยืนเคียงข้าง พร้อมระบุว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบว่าตนอยู่เบื้องหลังหรือสนับสนุนการจัดมวลชนหรือไม่ เพราะประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต้องการทวงถามสัญญาจากรัฐบาลว่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศชัดเจนแล้วว่าหากเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาลจะเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันลิตรละ 10 บาท จึงขอให้หน่วยงานราชการที่ติดตามตรวจสอบตนนำเวลาไปทำงานบริการประชาชนจะดีกว่า

ส่วนกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่าอยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือไม่ นายชัยชนะ ยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลัง หากจะร่วมกับกำนันมะโน ก็จะร่วมในฐานะประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน เพราะการชุมนุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวของประชาชน ไม่ได้มีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง พร้อมมองว่า ไม่ควรคิดว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องการเมือง และการตรวจสอบในลักษณะดังกล่าวเป็นวิธีการเดิมๆ ที่ล้าสมัย เพราะปัจจุบันเป็นยุค 5G ทุกคนสามารถแสดงจุดยืนได้อย่างเปิดเผย

ขณะเดียวกัน นายชัยชนะ ยังตั้งคำถามไปยัง สส.ฝ่ายรัฐบาล ว่า เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนและออกมาเรียกร้อง เหตุใดจึงไม่เห็นสมาชิกฝ่ายรัฐบาลออกมาแสดงความคิดเห็นหรือให้กำลังใจประชาชน พร้อมยืนยันในฐานะ สส.ฝ่ายค้าน ว่าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลในสภาฯ และยืนเคียงข้างประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

เมื่อถามว่าหากกลุ่มมวลชนเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล จะลงพื้นที่ไปให้กำลังใจหรือไม่ นายชัยชนะ ระบุ ขอให้ติดตามดูว่าจะเดินทางไปให้กำลังใจหรือไม่ แต่ขอยืนยันว่าให้กำลังใจประชาชนทุกคนที่เดินทางมาจากภาคใต้ รวมถึงประชาชนในกรุงเทพฯ ที่ออกมาเรียกร้องตามสิทธิ พร้อมย้ำว่าไม่จำเป็นต้องให้หน่วยงานราชการส่งคนลงพื้นที่หรือติดต่อสอบถามผู้นำท้องที่และบุคคลใกล้ชิดของตน เพราะสถานการณ์ขณะนี้ประชาชนกำลังเผชิญวิกฤตและได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

นายชัยชนะ ยังเปรียบเทียบด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” แต่วันนี้ประชาชนกลับกำลังบอกว่า “จนไม่ไหวแล้ว” เนื่องจากค่าครองชีพและราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ยกตัวอย่างในอดีตมีเงิน 1,000 บาท สามารถเติมน้ำมันได้เกือบ 50 ลิตร แต่ปัจจุบันอาจเติมได้ไม่ถึง 25 ลิตร พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการลดภาษีน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนสามารถเติมน้ำมันได้ในราคาถูกลง รวมถึงให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาว่า เมื่อราคาน้ำมันลดลงแล้วจะสามารถทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงตามไปด้วยได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามต่อ การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้รัฐบาลหวาดกลัวการชุมนุมและการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านหรือไม่ นายชัยชนะ ตอบว่า รัฐบาลอาจกลัวเงาของตัวเองมากกว่า ส่วนกรณีที่เหตุใดหน่วยงานต่างๆ จึงมุ่งตรวจสอบมาที่ตนเป็นพิเศษนั้น นายชัยชนะ เผยว่า ต้องไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะตนเองก็ยังรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดจึงมีโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาสอบถามในเรื่องดังกล่าว

ทางด้านคำถามว่าการติดตามตรวจสอบเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณของการคุกคามการทำหน้าที่หรือไม่นั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ยังไม่อยากมองว่าเป็นการคุกคาม แต่เห็นว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ยืนยันว่าหากวันหนึ่งต้องออกมาต่อสู้ก็จะต่อสู้ในนามประชาชน ส่วนการทำหน้าที่ในสภาฯ ก็จะทำหน้าที่ในฐานะ สส.ต่อไป ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับวิธีการใด หรือได้รับผลกระทบอย่างไรก็พร้อมยอมรับ เพราะถือว่าการต่อสู้เพื่อประชาชนเป็นหน้าที่สำคัญ โดยเปรียบประชาชนเป็นเจ้านายที่ตนต้องทำหน้าที่รับใช้

สำหรับการเคลื่อนไหวของมวลชนครั้งนี้จะส่งผลสั่นคลอนรัฐบาลมากน้อยเพียงใด นายชัยชนะ มองว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นการรวมตัวของประชาชนและแกนนำตามธรรมชาติ ไม่ได้มีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง ส่วนจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่าจะสามารถรับข้อเสนอของประชาชนได้หรือไม่ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันลิตรละ 10 บาท ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศแล้วว่า หากเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลจะมีการยื่นข้อเรียกร้อง และหากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอได้ ก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ใช้ระยะเวลาดำเนินการนานเท่าใด โดยหากตนเองเป็นฝ่ายรัฐบาลก็จะใช้วิธีเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน

ในช่วงท้าย นายชัยชนะ ยังฝากเตือนรัฐบาลว่าไม่ควรใช้อำนาจรัฐจำกัดหรือสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพราะอาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้ปัญหาบานปลาย พร้อมย้ำว่า อำนาจรัฐควรมีไว้เพื่อบริการประชาชน และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด ไม่ควรนำมาใช้กับประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย.

ความคิดเห็น