สมาคมสภาผู้สูงอายุฯ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ค้านร่างแก้ไขกฎหมายภาษีบาป 4 ฉบับ หวั่นถูกแทรกแซง ย้ำจุดเริ่มต้นหลักการดี แต่ถ้างบถูกเบียดบังก็ควรตรวจสอบ-ดึงกลับเข้าหลักธรรมาภิบาล
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมด้วยเครือข่ายสมาชิกสมาคมฯ เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อคัดค้านการร่างแก้ไข พ.ร.บ. 4 ฉบับ (ภาษีบาป) เพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินบำรุงองค์กรโดยตรงจากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ
นพ.วิชัย กล่าวว่า วันนี้สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย มายื่นหนังสือขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาล้มเลิกที่จะแก้ไข พ.ร.บ. 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับค่าทำเนียมภาษีบาท ด้วยเหตุผลที่ว่ากฎหมายทั้ง 4 ฉบับมีหลักการที่ดี และที่ผ่านมาก็ทำให้เกิดผลดีอย่างมากมายในภารกิจต่างๆ ทั้ง สสส. ไทยพีบีเอส กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนกีฬา โดยกองทุนกีฬาแม้จะมีการพูดถึงน้อย แต่เมื่อเกิดขึ้นมาก็ทำให้ประเทศเหรียญระดับนานาชาติสูงขึ้น แต่ระยะหลังแม้เป็นที่สังเกตว่ากองทุนถูกเบียดบังซึ่งอาจเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ฉะนั้นเรื่องนี้ก็ถูกตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ต่อไป ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวทำให้เกิดความเข้มแข็งของภาคประชาชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกบูเหล่า ซึ่งถือเป็นกลไกที่ทำให้เกิดความยั่งยืนของประชาธิปไตย
โดยจากการติดตามข่าวมีเสียงคัดค้านการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับนี้อย่างกว้างขวางมากมาย ดังนั้นสมาคมสภาผู้สูงอายุฯ มองว่ารัฐบาลควรสร้างความสามัคคีกับประชาชน เพราะตอนนี้ประเทศเผชิญปัญหาต่างๆมากมายทั้งภายในและระดับโลก ทั้งเรื่องการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งเราต้องการความสามัคคี โดยควรมาผนึกกำลังการเพื่อจะฟันฝ่าปัญหาต่างๆ ไม่ควรทำให้เกิดสามัคคีเภท
ส่วนมองอย่างไร ที่ สสส. และ ไทยพีบีเอส ถูกจับตาในเรื่องการใช้งบประมาณ นพ.วิชัย กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดในโลกนี้การใช้งบประมาณควรเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล รวมถึงทำให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำให้บรรลุภารกิจได้อย่างถูกต้อง โดยไม่เพิ่มภาระให้ประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำตามหลักสากล ดังนั้นไม่ว่าองค์กรใดควรทำให้ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลอะไรไม่ถูกต้องก็ควรแก้ไข และไม่ควรเปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงเบียดเบียนจากวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง