ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2569
โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชสุทธิธรรมาจารย์ เป็นพระเทพวัชรธรรมาจารย์ พิศาลปทุมธานีวรกิจ วิศิษฎ์ธรรมธาดา มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดประยูรธรรมาราม จ.ปทุมธานี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.2569 ประกาศ ณ วันที่ 20 เม.ย.2569
ปัจจุบันพระเทพวัชรธรรมาจารย์ (สำอางค์ ตานทินโน) สิริอายุ 78 ปี พรรษา 58 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี
มีนามเดิม สำอางค์ คำเนียม เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เม.ย.2491 ที่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 1 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
บิดา-มารดาชื่อ นายต่วน และ นางแฉล้ม คำเนียม มีพี่น้องจำนวน 12 คน ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา
ในวัยเด็กเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนวัดอัยยิการาม จบชั้นป.4 แต่ด้วยความที่มีใจใฝ่ธรรมะ พออายุ 17 ปี เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย.2508 ที่วัดอัยยิการาม ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มี พระครูวิจารณ์ธัญญเขต เจ้าอาวาสวัดบึงบอน ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เป็นพระอุปัชฌาย์
กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์เข้าพิธีอุปสมบท ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 31 มิ.ย.2511 มี พระครูวิจารณ์ธัญญเขต เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาตานทินโน
ตั้งใจมุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม ขอเดินทางลงมาที่เมืองหลวง พ.ศ.2520 สำเร็จการศึกษาในหน้าที่เลขานุการของคณะสงฆ์วัดสามพระยา กรุงเทพฯ พ.ศ.2529 สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ที่วัดชัยพฤกษมาลา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
ครั้นเดินทางกลับปทุมธานีได้กลับมาสนองงานคณะสงฆ์ สร้างผลงานเป็นคุณูปการมากมายหลากหลายด้าน ทั้งด้านงานปกครองคณะสงฆ์ การศึกษาพระปริยัติธรรม การสาธารณประโยชน์ ด้านการพัฒนา และอื่นๆ อีกมากมาย
สำเร็จการศึกษาวิชาสามัญระดับมัธยมต้นจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดปทุมธานีในปีพ.ศ.2534 มีความชำนาญพิเศษในการออกแบบการก่อสร้าง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานทรัพย์เป็นนิตยภัต เป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท/เดือน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2528 จนถึงปัจจุบัน
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2520 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอัยยิการาม พ.ศ.2524 เป็นเจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม จ.ปทุมธานี พ.ศ.2525 เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.2529 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2561 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี
พ.ศ.2564 เป็นเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2532 เป็น พระครูปลัดธีรวัฒน์ พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอกที่ พระครูโสภณพัฒนกิจ
วันที่ 12 ส.ค.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสุทธิธรรมาจารย์
พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสุทธิธรรมาจารย์
ล่าสุดวันที่ 20 เม.ย.2569 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวัชรธรรมาจารย์
กล่าวได้ว่าท่านเป็นพระนักพัฒนาผู้ให้ความสำคัญด้านการปลูกฝังประชาชนและเยาวชน มีความจงรักภักดีต่อชาติ ช่วยกันบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา
ยึดหลักปฏิบัติตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมให้บ้าน วัด และโรงเรียน กล่อมเกลาประชาชนและเยาวชนให้เป็นผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรมตามหลักของพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย
นับตั้งแต่ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม มุ่งพัฒนาปรับปรุงวัดให้มีความสมบูรณ์ด้วยสาธารณูปการ อาคารสถานที่ อุโบสถ วิหาร รวมทั้งก่อตั้งโรงเรียน เพื่อให้การศึกษาแด่พระภิกษุ-สามเณร ตลอดจนประชาชน
ช่วงปลายเดือนก.ย.2569 เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองปทุมธานี พระเทพวัชรธรรมาจารย์ได้นำคณะศิษย์ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานีในชุมชนหมู่บ้านต่างๆ เพื่อมอบสิ่งของ ถุงยังชีพ และน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลงานคณะสงฆ์อย่างเต็มกำลัง