คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสกลนคร · เปลี่ยน

เด็กรุ่นใหม่ 45% กู้เงินครั้งแรกผ่าน Pay Later แบงก์ชาติจ่องัด 5 มาตรการแก้หนี้

ที่มา: มติชน

แบงก์ชาติ เตรียมงัด 5 มาตรการ ชี้เด็กรุ่นใหม่ 45% กู้เงินครั้งแรกที่ BNPL ปี’70 มุ่งแก้ต่อหนี้ครัวเรือน ช่วยเอสเอ็มอี

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน GovernorConnect: A Year in Review, Moving Forward เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งครบรอบ 12 เดือน ว่า ธปท. ได้ทำการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ขององค์กรอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค มาเป็นการประคับประคองและฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนไปเติบโตในระดับต่ำราว 2.4% (จากอดีต 5-7%) ผสานกับเงินเฟ้อที่ต่ำกว่า 1% ส่งผลให้รายได้ประชาชนโตไม่ทันรายจ่ายจนเกิดปัญหาหนี้เสีย (NPL)

ในช่วงที่ผ่านมา ธปท. ได้ดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพื่อประคองเศรษฐกิจ โดยปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง จาก 1.5% เหลือ 1.0% (ต่ำเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสวิตเซอร์แลนด์) พร้อมบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนเชิงรุกจนเงินบาทอ่อนค่าลง 6.7-7% (จาก 31.4 มาอยู่ที่ 33.7 บาทต่อดอลลาร์) เพื่อช่วยสนับสนุนภาคการส่งออก โดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ ยังได้ผลักดันมาตรการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างออกไปแล้วถึง 18 มาตรการ อาทิ การตั้ง Social AMC “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยปรับโครงสร้างหนี้เสียขนาดเล็กไปเกือบ 200,000 ราย, โครงการ SME Boost ค้ำประกันสินเชื่อ 80,000 ล้านบาท, การจำกัดถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท (ลดยอดถอนเงินก้อนใหญ่ได้ 50%) รวมถึงปรับลดค่าธรรมเนียมธนาคาร 19 รายการ ช่วยประหยัดต้นทุนให้ประชาชนได้ถึง 8,000 ล้านบาทต่อปี

สำหรับการดำเนินงานระยะใกล้นี้ ธปท. กำลังอยู่ระหว่างการออกประกาศและเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อดำเนินมาตรการเพิ่มเติมอีก 5 ประเด็นสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนมีนาคม 2570 ได้แก่

1.การกำกับดูแลการซื้อขายทองคำด้วยเงินสดตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยจะกำหนดให้เปลี่ยนไปใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือโอนเงินผ่านระบบธนาคารแทน เพื่อปราบปรามการฟอกเงินและสกัดกั้นธุรกิจสีเทา ซึ่งขณะนี้กำลังเก็บรายละเอียดและคาดว่าจะประกาศใช้ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569

“จริง ๆ มาตรการการกำกับซื้อขายทองคำด้วยเงินสดเกิน 10 ล้านบาท ต้องออกวันนี้ แต่ว่ามีประเด็นปลีกย่อยที่ต้องเก็บรายละเอียด จึงเลื่อนไปออกพฤศจิกายนครับ” นายวิทัย กล่าว

2. การกำกับดูแลธุรกิจ Buy Now Pay Later (BNPL) โดยจะจัดให้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตสินเชื่อส่วนบุคคลชนิดใหม่ กำหนดวงเงินกู้ไม่เกิน 20,000 บาท ผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน และกำหนดดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี เพื่อป้องกันการสร้างหนี้เกินตัวในกลุ่มวัยรุ่นและผู้เริ่มทำงาน โดยคาดว่าจะออกหลักเกณฑ์ทางการได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569

“เด็กรุ่นใหม่ 45% กู้เงินครั้งแรกผ่าน Buy Now Pay Later ถ้าไม่ยั้งการเพิ่มขึ้นใหม่ของสินเชื่อที่ง่ายเกินไป การแก้หนี้ครัวเรือนมันไม่จบ” นายวิทัย กล่าว

3.การยกเว้นและลดค่าธรรมเนียมการตรวจข้อมูลเครดิตบูโร ให้ประชาชนสามารถตรวจฟรีได้ปีละ 2 ครั้ง เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและวางแผนบริหารจัดการหนี้ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งได้รับอนุมัติแล้วและกำลังเตรียมออกประกาศในเดือนธันวาคม 2569

4.การยกระดับมาตรฐานธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Money Changer) ที่มีอยู่กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อป้องกันช่องโหว่การใช้เป็นแหล่งฟอกเงินหรือเคลื่อนย้ายเงินทุนผิดกฎหมายออกนอกประเทศ โดยกำลังเตรียมออกประกาศในเดือนมกราคม

และ 5.การออกเกณฑ์บริการ THB Stablecoin เพื่อยกระดับนวัตกรรมการชำระเงินดิจิทัลและเปิดทางให้ภาคเอกชนปรับใช้ภายใต้โครงสร้างที่ปลอดภัย ตลอดจนได้ขยายเวลาเปิดรับฟังความคิดเห็นรอบที่ 2 ออกไปเป็น 30 วันตามที่มีการร้องขอ เพื่อให้การพัฒนาระบบมีความรอบคอบสูงสุด และกำลังเตรียมออกประกาศในเดือนมีนาคม

นายวิทัย กล่าวว่า สำหรับประเด็นแผนงานสำคัญในระยะถัดไปหรือช่วงปี 2570 นั้น ธปท. จะให้ความสำคัญกับการเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 เรื่องหลักอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

เรื่องที่ 1 คือการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยจะเร่งดำเนินการผ่านมาตรการที่เตรียมไว้อีกประมาณ 10 เรื่อง เพื่อประคับประคองและช่วยเหลือลูกหนี้อย่างตรงจุด

เรื่องที่ 2 คือการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่ม SME ซึ่งจะมีการผลักดันกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ (SMEs Credit Boost) ให้เป็นรูปแบบถาวรในระยะเวลา 5 ปี โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ SME เพิ่มขึ้นปีละ 1 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับการจัดทำระบบ Strategic Data Exchange ร่วมกับหน่วยงานอื่น และการสร้าง SMEs Credit Portal เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านข้อมูลและเพิ่มการแข่งขันที่เป็นธรรมในการปล่อยสินเชื่อ

และเรื่องที่ 3 คือการจัดระเบียบกลุ่มธุรกิจ Non-bank (Non-bank Landscape) โดยจะยกระดับการกำกับดูแลผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์กว่า 3,000 ราย ด้วยการนำข้อมูลและเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการตรวจสอบ ซึ่งจะเน้นหนักไปที่การคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection) เพื่อแก้ปัญหาการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกินเพดาน รวมถึงการคิดดอกเบี้ยทบต้นที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน

ความคิดเห็น