คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสกลนคร · เปลี่ยน

อาลัย หนุ่มอุตรดิตถ์ บริจาคอวัยวะเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นได้อีกถึง 4 ราย

ที่มา: ข่าวสด

อาลัย หนุ่มอุตรดิตถ์ บริจาคอวัยวะ กระจกตา 1 ข้าง ไต 2 ข้าง และลิ้นหัวใจ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นได้อีกถึง 4 ราย หลังประสบอุบัติเหตุขณะไปซื้อของตลาด

วันที่ 27 ต.ค.2569 ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์นายแพทย์ศิริชัย สรธัชธำรง รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ มอบประกาศเกียรติคุณและหรีดเคารพศพของสภากาชาดไทยให้แก่นายสิทธิศักดิ์ พุ่มเมฆ อายุ 41 ปี ชาวอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เสียชีวิตและได้บริจาคอวัยวะเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นได้อีกถึง 4 รายโดยมีนางกวินรัตน์ ฮวดปากน้ำ น้าสาวของผู้เสียชีวิตเป็นตัวแทนรับมอบ

นางกวินรัตน์ เปิดเผยว่าตนเป็นผู้รับเลี้ยงและดูแลนายสิทธิศักดิ์มาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน โดยเปิดร้านขายลาบเหนืออยู่เยื้องๆกับพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษกเขาค้ออำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ส่วนผู้เสียชีวิตหลังจากเรียนจบก็มาช่วยทำงานอยู่ที่ร้าน

เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา นายสิทธิศักดิ์ได้ขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อที่จะไปซื้อของที่ตลาด แต่เนื่องจากมีฝนตกถนนลื่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักล้ม และไถลตกข้างทาง ได้รับบาดเจ็บ อาสากู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาค้อ แต่อาการสาหัสมีเลือดออกในสมอง จึงได้ส่งต่อที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ แพทย์ได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากมีเลือดออกในสมองจำนวนมาก และเกิดอาการสมองตาย ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าได้เสียชีวิตแล้ว

พยาบาลจึงได้มาแจ้งถึงโครงการบริจาคอวัยวะ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่น ซึ่งตนเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี ประกอบกับลูกของพี่สาว ซึ่งเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน ก็ได้บริจาคอวัยวะ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นเช่นเดียวกัน ตนจึงตัดสินใจบริจาคอวัยวะของหลานชาย ซึ่งประกอบด้วยกระจกตา 1 ข้าง ไต 2 ข้าง และลิ้นหัวใจ และเชื่อว่าผลบุญจากการบริจาคอวัยวะของหลานชายในครั้งนี้ จะส่งผลให้ดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดี และตนอยากจะบอกกับหลานชายเป็นครั้งสุดท้ายว่าขอให้ไปดี ไม่ต้องห่วงน้า หากชาติหน้ามีจริงขอให้ไปพบกับคนที่ดีๆ

นายแพทย์ศิริชัย สรธัชธำรง รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เปิดเผยว่าอวัยวะที่ผู้เสียชีวิตบริจาคประกอบด้วยกระจกตา 1 ข้าง ไต 2 ข้าง และลิ้นหัวใจ ซึ่งสามารถนำไปช่วยเหลือเปลี่ยนถ่ายให้กับผู้ป่วยให้ได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้งถึง 4 ราย จึงนับว่าได้กุศลเป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ขอชักชวนประชาชนผู้มีจิตกุศล ร่วมบริจาคอวัยวะและบริจาคร่างกายให้กับสภากาชาดไทย เพื่อนำไปต่อชีวิตให้กับเพื่อนมนุษย์ต่อไป

ความคิดเห็น