คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangร้อยเอ็ด · เปลี่ยน

วราวุธ สลดใจบุกปราจีน เจอขยะอิเล็กทรอนิกส์ 1.2 พันตัน อัดพวกหนักแผ่นดินไทย สั่งสอบที่ดิน-เส้นเงิน

ที่มา: มติชน

‘วราวุธ’ บุกโรงงาน 200 ไร่ จ. ปราจีน ผงะ E-waste 1,220 ตัน สั่งสอบที่ดิน-เส้นเงิน โยงเจ้าของมีบัตร ปชช. ถือสัญชาติจีน ชงโทษใหม่ปรับ 10 ล้าน-ยึดทรัพย์ จ่อเช็กโรงงาน 3,000 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีพื้นที่ประกอบกิจการ 200 กว่าไร่ ซึ่งมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบหลายด้าน ทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดิน การประกอบกิจการโรงงาน และการจัดการกากอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าเจ้าของกิจการมีบัตรประชาชนไทยแต่ถือสัญชาติจีน

นายวราวุธ กล่าวว่า หลังเห็นสภาพพื้นที่แล้วรู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก เพราะ “ที่เรายืนอยู่ตรงนี้ ไม่มีตรงไหนเลยที่ถูกกฎหมาย” คาดว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ยังพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) จำนวนมหาศาลมากกว่า 1,220 ตัน ซึ่งต้องได้รับการกำจัดอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการพบเศษพลาสติกจากสายไฟบดรวมกับดินเป็นจำนวนมาก จึงต้องตรวจสอบว่าดินดังกล่าวถูกนำไปใช้ทำอะไร และมีการลักลอบนำไปทิ้งที่อื่นหรือไม่ โดยได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตรวจสอบว่าเจ้าของกิจการยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ รวมถึงประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพิจารณาการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย

“การกระทำแบบนี้หนักแผ่นดินไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็แล้วแต่ ดูจากรายละเอียดแล้วไม่แน่ใจว่าเจ้าของกิจการยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ผมได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งประสานกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าเขายังอยู่ในประเทศไทยไหม ถ้ายังอยู่ ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ออกนอกประเทศ”นายวราวุธกล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่าผู้กระทำผิดต้องรับผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นผู้ประกอบการชาวจีนเพียงกลุ่มเดียว แต่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและการกระทำของแต่ละราย ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมประสานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศเร่งตรวจสอบโรงงานประเภท 105 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคัดแยก และประเภท 106 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบำบัด กำจัด หรือรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันมีโรงงานทั้งสองประเภททั่วประเทศรวมกันเกือบ 3,000 แห่ง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ DSI และ ตม. เพื่ออุดช่องว่างในการกำกับดูแล หากพบการกระทำผิดหรือเป็นโรงงานเถื่อน จะเร่งดำเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็วและเคร่งครัด

“ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการที่ทำดีและเป็นประโยชน์กับสังคมจริง ๆ ยังมีอยู่หลายราย ส่วนใครทำตัวเป็นขยะสังคม ทำความเดือดร้อนให้แผ่นดินไทย ลักลอบเอาเข้ามา จะเป็นชาติไหนก็แล้วแต่ ไม่ขอเหมาว่าเป็นจีนอย่างเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นชาติไหนบ้าง คนทุกคนมีดีมีเลว แต่พวกที่กระทำความผิด ขอให้เตรียมตัวให้ดี แก้ไขเสีย” นายวราวุธกล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขกฎหมายนั้น ร่างพระราชบัญญัติโรงงานอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงยังสามารถเสนอเพิ่มมาตรการลงโทษได้ โดยต้องการเพิ่มโทษปรับจากระดับหลักแสนบาทเป็น 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อให้มีความรุนแรงเพียงพอในการยับยั้งการกระทำผิด แม้ศาลจะพิจารณาลดโทษลงก็ควรยังเป็นเงินจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย รวมถึงใช้ระบบตัดคะแนนผู้ประกอบการที่กระทำผิดซ้ำ หากครบ 3 ครั้งให้เพิกถอนใบอนุญาตและห้ามประกอบกิจการอีก เพื่อไม่ให้เกิดกรณีทำผิดแล้วจ่ายค่าปรับ ก่อนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่ใช่มาตรการที่มีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลจะไม่เลือกปฏิบัติตามสัญชาติหรือชื่อสกุล และจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด

“วันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ตามตรวจสอบทุกที่ที่เกิดขึ้น ไม่ต้องบอกว่าเป็นของคนนั้นคนนี้ ผมได้รับคำสั่งโดยตรงจากนายกฯ ไม่ไว้หน้าไหนทั้งนั้น จะใคร จะนามสกุลอะไร ไม่ได้ดู ดูแค่ถ้าทำผิดกฎหมายขึ้นมาจะดำเนินการอย่างถึงที่สุด”นายวราวุธกล่าว

ความคิดเห็น