ราคาน้ำมัน WTI ลดลง 0.9% หลังพุ่งขึ้นวันก่อนหน้า จากการที่นักลงทุนกังวลความขัดแย้งขยายวง หลังฮูตีโจมตีสนามบินเอเดนและอ้างถล่มโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเกือบ 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม ขณะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานในภูมิภาค หลังราคาน้ำมันเพิ่งปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันก่อนหน้า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ซึ่งเป็นน้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐฯ ลดลง 92 เซนต์ หรือ 0.9% มาอยู่ที่ 101.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังระหว่างวันปรับลงไปต่ำสุดที่ 101.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยก่อนหน้านี้ราคาพุ่งขึ้น 3% เมื่อวันพุธ
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง โดยกองกำลังรัฐบาลเยเมนระบุว่า กลุ่มฮูตีได้โจมตีสนามบินเอเดนเมื่อวันพุธ หลังกลุ่มดังกล่าวซึ่งมีแนวร่วมกับอิหร่านเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่การสู้รบในเยเมนทวีความรุนแรงขึ้น และประเทศกำลังเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคาร กลุ่มฮูตีอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธโจมตีโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีกำลังการกลั่น 550,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่ซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ยืนยันรายงานการโจมตีดังกล่าวในทันที
ความเสี่ยงต่อแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งพลังงานในภูมิภาคทำให้นักลงทุนจับตาว่า หากสถานการณ์บานปลาย อาจส่งผลให้การจัดหาน้ำมันในตลาดโลกหยุดชะงัก และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงาน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเจรจาเปิดเผยว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ได้ยื่นร่างข้อตกลงฉบับใหม่ให้อิหร่าน เพื่อยุติสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านระบุว่า ข้อเสนอที่ได้รับเป็นเพียงแนวคิดที่ไม่อาจยอมรับได้ และยังไม่ถือเป็นข้อเสนออย่างเป็นทางการ
ทิศทางราคาน้ำมันในระยะต่อไปจึงยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของความขัดแย้งและความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานและอุปทานน้ำมันในตลาดโลก.
ที่มา : channelnewsasia