กรมพัฒนาธุรกิจ อัด 3 กิจกรรมใหญ่ พุ่งเป้าฟื้นฟูธุรกิจหลังน้ำลด
วันที่ 31 ตุลาคม นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการในหลายจังหวัดได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพันธมิตรเตรียมมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ มุ่งบรรเทาความเดือดร้อน สร้างโอกาสให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า และกระตุ้นให้เกิดรายได้หมุนเวียนต่อธุรกิจในระบบเศรษฐกิจ ควบคู่กับการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจได้โดยเร็ว และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการฟื้นฟูบ้านเรือนและร้านค้าที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
ควบคู่กับการสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษผ่านสถาบันการเงินพันธมิตร การหาพื้นที่ขายของให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจและสร้างรายได้อีกครั้ง ตลอดจนสร้างอาชีพแก่ประชาชนที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้
กรมจึงเตรียม 3 กิจกรรมเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2569 เพื่อช่วยฟื้นฟูรายได้ให้ธุรกิจ SMEs ภายหลังน้ำลด ได้แก่
กิจกรรมที่ 1 ‘พื้นที่สร้างโอกาส ฟื้นฟูรายได้หลังน้ำลด’ กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จัดสรรพื้นที่ภายใน PTT Station ภายใต้แนวคิด ‘พื้นที่ปันสุข’ ให้ผู้ประกอบการชุมชน วิสาหกิจชุมชน และ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้สามารถนำสินค้ามาจำหน่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในพื้นที่ 9 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ระยอง ชลบุรี กาญจนบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และราชบุรี
ทั้งนี้ จากการสำรวจมีผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก สะท้อนถึงความต้องการพื้นที่ทางการตลาดเพื่อช่วยทดแทนหน้าร้านที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งมีกำหนดเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
คาดว่ารองรับธุรกิจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมได้กว่า 200 ราย กิจกรรมนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบธุรกิจระหว่างการฟื้นฟูหน้าร้าน ที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม ให้ธุรกิจยังมีพื้นที่จำหน่ายสินค้าได้ และมีโอกาสขยายตลาดสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ สร้างการรับรู้สินค้าได้ในวงกว้าง ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินกิจกรรมฯ ได้ทันทีหลังสถานการณ์น้ำลด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้ และฟื้นฟูกิจการได้อย่างต่อเนื่อง”
กิจกรรมที่ 2 ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost : ค้าปลีกไทย รวมใจฟื้นฟูน้ำท่วม’ กรมฯ ร่วมกับสมาคมการค้าส่ง – ปลีกไทย และเครือข่ายร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ จัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 1 – 15 พฤศจิกายน 2569 โดยมีร้านค้าปลีกท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 100 ร้านค้า รวม 800 สาขาทั่วประเทศ นำสินค้าอุปโภคบริโภคในการดำรงชีพและสินค้า ที่จำเป็นต่อและการฟื้นฟูหลังน้ำลดมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 60% อาทิ ข้าวสาร เครื่องปรุง น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาล้างพื้น
รวมถึงจำหน่ายสินค้าชุมชน เช่น อาหารแปรรูปจากวัตถุดิบท้องถิ่น สินค้าเกษตรแปรรูป และเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เป็นต้น กิจกรรมนี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็น ต่อชีวิตประจำวันในราคาประหยัด ลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนเครือข่ายร้านค้าปลีกท้องถิ่นให้มีบทบาทในการกระจายสินค้า และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมช่วยลดต้นทุนให้ร้านค้าปลีกหรือร้านโชห่วยที่มาซื้อสินค้าจากเครือข่ายฯ ไปจำหน่ายในร้านของตนเองในราคาต้นทุนที่ต่ำลง และได้โปรโมชันพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งในร้านค้าปลีกในท้องถิ่นได้ในระยะยาว”
“กิจกรรมที่ 3 ‘MOC Expo 2026’ เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้ากว่า 300 บูธ ให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม โดยงาน MOC Expo 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 ธันวาคม 2569 ณ Exhibition Hall 7 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง กระตุ้นยอดขายที่เกิดจากการจับจ่ายใช้สอยภายในงาน รวมถึงช่วยสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้คำปรึกษาธุรกิจจาก 9 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ และสถาบันการเงิน 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย (SME D Bank) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้คำแนะนำด้านการฟื้นฟูกิจการ การเสริมสภาพคล่อง และการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือทางการเงินในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าและพันธมิตร เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและต่อยอดธุรกิจในระยะยาว รวมถึงให้บริการ AI Platform เพื่อช่วยวิเคราะห์ ปรับปรุงโมเดลธุรกิจ การวางแผนฟื้นฟู และปรับตัวทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการที่ประสบภัยน้ำท่วมให้สามารถกลับมาค้าขายได้เร็วขึ้น”
ทั้ง 3 กิจกรรมเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมฯ ภาคเอกชน และเครือข่ายธุรกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้า การเชื่อมโยงตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ ไปจนถึงการสนับสนุนให้ประชาชนซื้อสินค้าที่จำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน กรมฯ มุ่งหวังให้กิจกรรมดังกล่าวช่วยบรรเทาผลกระทบทั้งทางสังคมและทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้ธุรกิจกลับมายืนได้อย่างมั่นคง และเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีเสถียรภาพ