นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติตามมาตรา 151 รัฐธรรมนูญ 2560
โดยนายกฯ ระบุได้รับหนังสือจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนำเข้าหารือที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว จึงตอบกลับไปว่าวันที่สะดวกของคณะรัฐมนตรี คือตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.2569 เป็นต้นไป
ส่วนกรอบระยะเวลาการอภิปรายนั้น นายกฯ ระบุเป็นเรื่องที่คณะกรรมการประสานงาน (วิป) 3 ฝ่าย จะต้องไปหารือกัน ซึ่งแต่เดิมรัฐบาลให้ 3 วัน แต่ฝ่ายค้านขอ 5 วัน และขณะนี้มีกระแสข่าวว่า อภิปราย 4 วัน และอีก 1 วัน สำหรับลงมติ
นายอนุทินยังระบุด้วยว่า จะต้องหาวันที่เหมาะสม ที่ทุกฝ่ายและรัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ ส่วนตนเองนั้นอย่างไรก็ได้
ก่อนหน้านี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ระบุถึงการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยกังวลว่าการลากญัตติออกไป อาจทำให้การบรรจุญัตติไม่ทันสมัยประชุม
ผู้นำฝ่ายค้านยืนยันการเจรจาพูดคุยที่ผ่านมา พร้อมปรับให้ยืดหยุ่น เพียงแต่ถ้าต้องปรับลดเหลือ 4 วัน ฝ่ายค้านก็ขอระยะเวลาในการประสานงานระหว่างพรรคฝ่ายค้านด้วย
เนื่องจากถ้าต้องตัดเนื้อหาการอภิปรายบางส่วนออก รวมถึงการตัดผู้อภิปรายออกนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะพรรคประชาชน แต่กระทบต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นด้วย
เป็นท่าทีของผู้นำฝ่ายค้าน ต่อการกำหนดกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตยและระบบรัฐสภา
สำหรับการอภิปรายที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นครั้งนี้ ขอเวลาอภิปรายเป็นเวลา 5 วัน โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากมีรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายมากถึง 18 คน แต่ฝ่ายรัฐบาลให้เวลา 3 วัน จนกระทั่งต่อรองกัน กำหนดไว้เบื้องต้น 4 วัน
แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะต้องเลื่อนออกไปถึงต้นเดือนธ.ค. ตามที่นายกฯระบุ เนื่องจากตลอดเดือนพ.ย. ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ติดภารกิจยาว
อย่างไรก็ตาม ยังคาดหวังทั้ง 2 ฝ่าย จะเจรจาตกลงกัน เพื่อให้วันอภิปรายร่นเข้ามา เพราะขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองมีปัญหาหลายอย่าง ประชาชนส่วนใหญ่ก็ต้องการเห็นรัฐบาลชี้แจง และอยากเห็นฝ่ายค้านอภิปรายอย่างมีเนื้อหาสาระ ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของผู้ถูกอภิปราย