ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ส่งชุดปฏิบัติการเข้าจับกุมนายพาด อายุ 35 ปี และ นายชัย อายุ 27 ปี ทั้งสองคนมีสัญชาติกัมพูชา พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยาบ้า 30 เม็ด, เงินสดล่อซื้อ 1,100 บาท (ตรงตามหมายเลขลงบันทึกประจำวัน), โทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์ 2 คัน ได้ที่บริเวณหน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ตำบลแกลง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แฝงตัวหาข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ จนพบบัญชีกลุ่มเฟซบุ๊กกลุ่มหนึ่งมีสมาชิกกว่า 4,000 คน มีพฤติการณ์ลักลอบโพสต์ซื้อขายและแลกเปลี่ยนยาเสพติด
เจ้าหน้าที่จึงแฝงตัวเข้าไปสืบสวนจนพบเป้าหมายเป็นบัญชีผู้ใช้รายหนึ่ง มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ตำบลเพ และตำบลสำนักทอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ทราบชื่อต่อมาคือ นายพาด อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา
ต่อมา เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 69 เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาบ้าจำนวน 30 เม็ด ในราคา 1,100 บาท โดยนัดหมายส่งมอบกันบริเวณหน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ตำบลแกลง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
กระทั่งถึงเวลานัดหมายเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.นพดล บุตรวงษ์ สว.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้นำกำลังเข้าซุ่มโป่งรอบจุดนัดพบ จนกระทั่งพบชายต้องสงสัย 2 ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์คนละคันเข้ามาส่งยาเสพติดให้สายลับ เมื่อส่งมอบของกลางเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที
จากการตรวจสอบคือนายพาด อายุ 35 ปี และ นายชัย อายุ 27 ปี ทั้งสองคนมีสัญชาติกัมพูชา พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยาบ้า 30 เม็ด, เงินสดล่อซื้อ 1,100 บาท (ตรงตามหมายเลขลงบันทึกประจำวัน), โทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์ 2 คัน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเอกสารแสดงตัวตน พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายไม่มีเอกสารการเดินทางหรือใบอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาสมทบหนัก ได้แก่ “ร่วมกันจำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” และข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย”
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลหาแหล่งที่มาของยาเสพติดเพื่อกวาดล้างเครือข่ายนี้ต่อไป