คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangระยอง · เปลี่ยน

สตง. แจงคดีตึกถล่ม เร่งยกเลิกสัญญา เตรียมคืนที่ให้การรถไฟฯ ปี 70

ที่มา: มติชน

สตง.แจงความคืบหน้าปมตึกถล่ม เร่งยกเลิกสัญญาเรียกเงินคืน ยอมรับเป็นแผลไปตลอดชีวิต

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ โฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพร้อมทีมตรวจสอบ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าคดีอาคาร สตง.แห่งใหม่ถล่มที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่แบบกรณีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอสบ้างนั้น ต้องบอกว่า ที่ผ่านมา มีการแถลงรายข่าวแบบเป็นสเต็ป หากไม่มีเรื่องใหญ่ก็ยังไม่มีการแถลง เพราะโฆษกจะทำหน้าที่ได้ก็ต้องมีข้อมูลเข้ามาก่อน โดยผลการตรวจสอบของคณะกรรมการเชี่ยวชาญที่ถูกตั้งขึ้นจากรัฐระบุว่า สาเหตุที่ตึกถล่มเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.งานออกแบบ หรือแบบก่อสร้างไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม รวมถึงความปลอดภัย และ 2.งานก่อสร้างและควบคุมงาน การเทคอนกรีตและการหล่อผังคอนกรีตไม่เป็นไปตามหลักวิชาชีพช่างที่ดี ซึ่งเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา ต้องบอกว่า จบไปตั้งแต่ช่วงนั้นแล้ว ทุกหน่วยงานเข้ามาเยียวยาหมดแล้ว

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าส่วนของคดีอาญาและวินัย พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ สรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องเอกชนผู้รับจ้าง ออกแบบ และคุมงาน ต่อศาลแล้ว ขณะที่ DSI สอบสวนประเด็นนอมินีและการเสนอราคาไม่เป็นธรรม ส่วน ป.ป.ช.รับไต่สวนเจ้าหน้าที่ สตง. 70 คน จาก 10 คณะกรรมการ ด้านสถานะทางการเงินและสัญญา โครงการมูลค่าสัญญา 2,136 ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว 22 งวด เป็นเงิน 966 ล้านบาท สตง.ได้ริบเงินล่วงหน้า 320 กว่าล้านบาท และเงินประกันสัญญา 100 กว่าล้านบาทคืนมาทั้งหมด ทำให้เหลือยอดเงินงบประมาณที่จ่ายไปจริงประมาณ 500 กว่าล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างคณะกรรมการพิจารณาเรียกค่าเสียหายและฟ้องร้องคู่สัญญาเพื่อดึงเงินคืนแผ่นดิน

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ส่วนปมคุรุภัณฑ์แพงที่ถูกตั้งคำถามนั้น อาทิ เก้าอี้ประธาน สตง.ราคาตัวละ 9,000 กว่าบาท ชี้แจงว่าเป็นเพียงราคาประเมินจากการออกแบบเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ยังไม่ได้มีการจัดซื้อหรือเบิกจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว และขณะนี้มีการยุติโครงการ ก่อสร้างอาคารดังกล่าวเรียบร้อย และเตรียมคืนพื้นที่เช่าการรถไฟแห่งประเทศไทยภายในปี 2570 เพื่อทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ระบบดิจิทัล (Digital Organization) ต่อไป

“เรื่องของเงินแผ่นดินเราไม่ยอมให้สูญหายแน่นอน เมื่อตึกพังแล้วจึงหาสาเหตุว่าทำไมถึงพัง จากนั้นจึงดำเนินการต่างๆ อาทิ สัญญาการว่าจ้างที่ได้ยกเลิกทั้งหมด การเรียกเงินคืน โดยมีการพิจารณาว่า มูลค่าเสียหายอยู่ที่เท่าใด จากนั้นจะยื่นไปยังผู้ถูกจ้าง หากยอมคืนก็จบ แต่หากไม่ยอมก็ต้องดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป ที่ผ่านมา ผมทำงานอยู่ที่ สตง.มา 35 ปี ไม่ได้การันตีว่าคน สตง.เป็นคนดี คนร้อยคนก็ต้องมีบ้าง แต่ สตง.มีมาตรฐานและกฎระเบียบวางไว้ จึงอยากให้แยกหน้าที่ของ สตง.ออกมา แม้ประเด็นตึกถล่มที่เกิดขึ้นจะเป็นแผลของ สตง.ไปตลอดชีวิต แต่เราพร้อมจะแก้ไข และยกเป็นกรณีศึกษา เป็นตัวอย่างไม่ให้เกิดแบบนี้ขึ้นอีก” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

ความคิดเห็น