คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangระยอง · เปลี่ยน

รัฐบาลเผยไทยได้รับเสียงชื่นชมจัด IMF-World Bank 2026 เป็นเจ้าภาพมาตรฐานสูง

ที่มา: ไทยรัฐ

IMF-World Bank 2026 รัฐบาลเผยผู้นำการเงินโลกชมไทยเจ้าภาพมาตรฐานสูง แจงดึงเงินทุนธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์ ลงทุนพลังงานสะอาด-การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ ควบคู่ลดต้นทุนพลังงานสู่เศรษฐกิจสีเขียว

วันที่ 18 ตุลาคม 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group 2026 ว่า สิ่งที่ประเทศไทยได้รับไม่ใช่เพียงภาพความสำเร็จของการจัดประชุม แต่คือความเชื่อมั่น เครือข่าย และความร่วมมือที่เริ่มเชื่อมลงมาถึงชีวิตประชาชน

ทั้งนี้ ตลอดการประชุมไทยได้รับเสียงชื่นชมอย่างต่อเนื่องจากผู้นำการเงินโลก โดย นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ระบุว่า การประชุมที่กรุงเทพฯ ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีประสิทธิผลสูง และทำให้ทั่วโลกได้รับประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพของไทย ขณะที่ นายโมฮัมเหม็ด อัลจาดาน ประธาน IMFC และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า ไทยได้ตั้งมาตรฐานการจัดงานไว้สูงจนเป็นความท้าทายแก่เจ้าภาพครั้งต่อไป

นายเอกภพ กล่าวต่อไปว่า คำชื่นชมดังกล่าวเป็นของคนไทยทุกคน เพราะเบื้องหลังงานระดับโลกมีทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ให้บริการ ภาคธุรกิจ ชุมชน ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ร่วมกันต้อนรับผู้แทนเกือบ 20,000 คนจาก 191 ประเทศ ทำให้วัฒนธรรม อาหาร มวยไทย และสินค้าชุมชนของไทยถูกนำเสนอออกไปพร้อมกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

“สิ่งที่น่าภูมิใจคือ โลกไม่ได้เห็นไทยเพียงในฐานะประเทศที่จัดงานได้ดีเยี่ยม โดย IMF ชี้ประเทศไทยในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อ 35 ปีก่อนอย่างมาก อยู่ในฐานะประเทศที่มีภาคการผลิตแข็งแรง อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน AI และมีข้อเสนอของตัวเองต่อโลก ทั้งเรื่องความปลอดภัยทางการเงินดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีสร้างโอกาสให้ประชาชน”

โฆษกรัฐบาล เผยอีกว่า ผลจากการหารือนอกจากจะมีประเด็นด้านเศรษฐกิจมหาภาคแล้ว ยังมีหัวข้อที่ยึดโยงไปถึงประชาชนโดยตรง ตั้งแต่ความร่วมมือกับธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เพื่อศึกษาระบบบริหารจัดการน้ำและเตือนภัยในลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก การพัฒนาโรงพยาบาลรองรับสังคมสูงวัยและ Green Hospital ไปจนถึงการนำ Small AI ด้านการเกษตรมาช่วยคำนวณช่วงเพาะปลูกและการใช้ปุ๋ย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรายได้เกษตรกร

ขณะเดียวกัน ไทยยังได้รับการยอมรับจาก IMF จากการผลักดัน Bangkok Blueprint เพื่อรับมือภัยฉ้อโกงทางการเงินข้ามพรมแดน ขณะที่ประสบการณ์ด้าน Tokenization และเทคโนโลยีบัญชีแบบกระจายศูนย์ของหน่วยงานไทยถูกหยิบขึ้นกล่าวถึงในเวทีเสถียรภาพการเงิน ซึ่งมีเป้าหมายเชื่อมเงินออมของประชาชนเข้าสู่โอกาสการลงทุนได้กว้างขึ้นด้วย

“ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเวทีระหว่างประเทศ แต่คือการทำให้ประเทศไทยเป็นที่มองเห็น ได้รับความไว้วางใจ และมีโอกาสเชื่อมความร่วมมือใหม่ๆ กลับมาสู่ประชาชน รัฐบาลต้องการให้คนไทยรู้สึกว่า งานใหญ่ที่เราเป็นเจ้าภาพร่วมกันครั้งนี้ เป็นความสำเร็จของประเทศและเป็นโอกาสของคนไทยทุกคน”

รัฐบาลดึงเงินทุนธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์

ทางด้าน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลต่อยอดความร่วมมือจากการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ผลักดันการลงทุนพลังงานสะอาดและการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการ SMEs แรงงาน เกษตรกร และชุมชน ให้สามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างเป็นธรรม โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 มีการนำเสนอแนวทางความร่วมมือและลงนามบันทึกความเข้าใจหลายฉบับ เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนและพัฒนากลไกทางการเงินด้านสิ่งแวดล้อม

นางสาวลลิดา กล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับ นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ในหัวข้อ Low Carbon Cities and Energy Security โดยมีโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน กรอบวงเงินกู้จากธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อสนับสนุนการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคารภาครัฐและพื้นที่อุตสาหกรรม

โครงการจะใช้กลไกบริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงาน (ESCOs) ลงทุนปรับปรุงระบบพลังงานก่อน โดยหน่วยงานที่เข้าร่วมทยอยชำระค่าบริการในระยะยาว ช่วยลดภาระเงินลงทุนเริ่มต้น มุ่งนำร่องในกรุงเทพมหานครและพื้นที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครอบคลุมการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา การปรับปรุงระบบไฟฟ้าในโรงเรียน สถานพยาบาล สำนักงานเขต และไฟส่องสว่างสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว

ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ลงนามความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย เพื่อจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมของประเทศไทย (Thailand Just Transition Roadmap) โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนระยะแรก 20 ล้านบาท เพื่อศึกษามาตรการและกลไกทางการเงินช่วยให้ SMEs แรงงาน เกษตรกร และชุมชนปรับตัวต่อเทคโนโลยีสะอาดและมาตรฐานเศรษฐกิจใหม่

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปตท. และธนาคารกรุงไทย ภายใต้โครงการ I-SPARK เพื่อศึกษากลไกระดมทุนแบบผสมผสานและพัฒนาคาร์บอนเครดิต นำร่องอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในจังหวัดระยอง พร้อมส่งเสริมการพัฒนาตลาดคาร์บอนให้มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

“รัฐบาลมุ่งเปลี่ยนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ช่วยลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยให้ความสำคัญกับการดูแล SMEs แรงงาน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน”

พัฒนาการของเหตุการณ์: 8 รายงาน

ความคิดเห็น