ผู้พิพากษาตัดสิน หมายค้นบ้านพักอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ‘ไม่ชอบด้วยกฎหมาย’ แต่การสอบสวนยังดำเนินต่อ
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้พิพากษา ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า การที่ตำรวจดำเนินการค้นบ้านพักของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ระหว่างการสอบสวนความเชื่อมโยงของแอนดรูว์กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน เศรษฐีผู้ล่วงลับที่เป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยผู้พิพากษานิโคลัส ฮิลเลียร์ด กล่าวว่า มีความผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญเกิดขึ้น ทั้งในขั้นตอนที่ตำรวจแห่งเทมส์วัลลีย์ ยื่นขอหมายค้น และในขั้นตอนที่ผู้พิพากษาอนุมัติหมายค้นดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือ แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ พระอนุชาของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร
ผู้พิพากษา ฮิลเลียร์ด กล่าวว่า การที่หมายค้นถูกเพิกถอนไม่ได้หมายความว่าการสอบสวนจะต้องยุติลง หรือหมายความว่า กระบวนการสอบสวนทั้งหมดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และว่า ตนยังต้องมีคำวินิจฉัยว่า จะคืนทรัพย์สินของเมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรือไม่ เนื่องจากมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่อนุญาตให้ตำรวจสามารถยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบไว้เป็นหลักฐานได้
ข่าวระบุว่า แม้ว่า แอนดรูว์ จะไม่ได้มาปรากฏตัวที่ศาล แต่ได้รับรู้ถึงชัยชนะทางกฎหมายบางส่วนนี้แล้ว เนื่องจากตำรวจได้ยอมรับไปก่อนหน้านี้เมื่อตอนเดือนกรกฎาคมว่า หมายค้นดังกล่าวไม่ถูกต้องตามระเบียบ
อย่างไรก็ตาม ตำรวจพยายามที่จะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ ในระหว่างที่การสอบสวนยังดำเนินอยู่ ส่งผลให้การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวล่าช้าออกไป
ทั้งนี้ แอนดรูว์ ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ในข้อหาต้องสงสัยว่า ประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ และตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของเขา 2 แห่ง ขณะที่ทีมทนายความของแอนดรูว์ ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาศาลสูง เพื่อขอให้เพิกถอนหมายค้นที่อนุญาตให้มีการตรวจค้นดังกล่าว
มาร์ก สตีเฟนส์ ทนายความซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ กล่าวว่า ความคืบหน้าดังกล่าว เปิดช่องให้ทนายความของแอนดรูว์ เริ่มดำเนินการคัดค้านเพื่อหักล้างผลพวงบางประการที่ได้มาจากหมายค้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น
สตีเฟนส์กล่าวว่า ภายใต้กฎหมายอังกฤษ จะมีการไต่สวนเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าหลักฐานชิ้นใดบ้าง (หากมี) ที่จะต้องถูกตัดออกจากการพิจารณาคดี โดยระบุว่า ผู้พิพากษาจะเป็นผู้ตัดสินในเรื่องนี้ โดยพิจารณาว่าหลักฐานดังกล่าวมีน้ำหนักหรือมีความสำคัญต่อรูปคดีหรือไม่ แต่แน่นอนว่า สถานการณ์ในประเทศอื่นนั้น แตกต่างออกไปมาก อย่างเช่น ที่สหรัฐอเมริกา หากหลักฐานได้มาจากการออกหมายค้นหรือหมายจับที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลักฐานนั้นทั้งหมดจะถือว่าใช้ไม่ได้ในชั้นศาล แต่กรณีนี้ไม่เป็นเช่นนั้นสำหรับในสหราชอาณาจักร ดังนั้น จึงยังต้องดำเนินการต่ออีกหลายขั้นตอน
ทั้งนี้ ผู้พิพากษาระบุว่า หมายค้นดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้พิพากษาที่ออกหมายไม่ได้พิจารณาว่าสิ่งของที่ถูกยึดนั้นได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายหรืออยู่ภายใต้มาตรการคุ้มครองอื่นที่เรียกว่า “ข้อมูลภายใต้กระบวนการพิเศษ” หรือไม่
ด้านตำรวจเทมส์ แวลลีย์ ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า หมายค้นดังกล่าวจะต้องถูกเพิกถอน แต่การสอบสวนคดียังคงดำเนินต่อไป