เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 13.00 น.ที่ ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จัดงานแถลงปิดจบงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 (Book Expo Thailand 2026) ภายใต้แนวคิด “Unread Messages – คุณได้รับ ‘ข้อความใหม่’” ตอกย้ำความสำเร็จข้อความใหม่ส่งถึงใจGen Z แห่ร่วมงาน จุดกระแสการอ่านให้กลับมาคึกคัก โดยมี นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมแถลง
นายณัฐกร กล่าวว่า งานในครั้งนี้พูดได้เลยว่าเกินความคาดหมายมาก ประชาชนมากันอย่างล้นหลามและมากันอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันไหนที่คนโหรงเหรง คนมาเยอะทุกวัน รับประกันได้เพราะตนไปเดินในงานทุกวัน ยอดขายเพิ่มมากขึ้นหลายๆบูธทะลุเป้าหมายทุกบูธ เกินคาดจริงๆ
เมื่อถามว่าภาพรวมมูลค่าการซื้อ-ขายหนังสือภายในงานปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
นายณัฐกร ตอบว่า มูลค่าการซื้อ-ขาย ถึง 500,000,000 แล้วแน่ๆ อย่างที่เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะให้ถึง 500,000,000 ตอนนี้อาจจะเกินแล้วด้วยซ้ำไป 1.4 ล้านคน คือเป็นตัวเลขล่าสุดที่เราได้มา โดยที่เรามีเวลาน้อยกว่าครั้งที่แล้ว กล่าวคือ มหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 30 จัดงาน 12 วัน ส่วนครั้งที่ 31 คือครั้งนี้ จัดแค่ 10 วัน ถือเป็นช่วงเวลาที่น้อยที่สุดตั้งแต่จำได้ แต่เป็น 10 วันที่มีคุณภาพมาก ทุกคนยิ้มและมีความหวังกับวงการหนังสือ ตนรู้สึกดีใจจากหัวใจจริงๆ บูธทุกบูธโดยรวมดีขึ้นเป็นบวกทั้งหมด
เมื่อถามว่า พฤติกรรมของนักอ่านที่เข้ามาเลือกซื้อหนังสือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่ ทั้งในแง่ประเภทหนังสือที่สนใจ วิธีการเลือกซื้อ?
นายณัฐกร ตอบว่า พฤติกรรมที่เห็นได้ชัดคือนักอ่านอ่านรีวิวมาก่อนแล้ว นักอ่านมีความรู้ และรู้อยู่แล้วว่าเล่มไหนดังและกำลังมีกระเเส เล่มไหนที่ถูกพูดขึ้น ตอนนี้นักอาจได้รับความรู้จากทั้งสื่อต่างๆทั้งในอินเตอร์เน็ตและคนที่มารีวิว ทุกคนติดตามข่าวสารเรื่องวรรณกรรม เรื่องหนังสือที่จะออกใหม่หมด มีการลิสต์มาว่าจะไปซื้อหนังสือเล่มไหนที่บูธไหน นักอ่านเราจะเป็นนักอ่านมืออาชีพและจริงจังมากกับการหาหนังสือ
โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือกลุ่ม Gen Z ครองแชมป์ โดยเฉลี่ย 44.6% Gen Z ยังแข็งแกร่ง และบุคคลกลุ่มอายุอื่นมากันเยอะเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าหนังสือเป็นของคนหลายรุ่น มูลค่าเฉลี่ยการซื้อขายเฉลี่ย 1,500 บาทต่อคน แน่นอนว่ามีคนซื้อหลักหมื่นและหลักร้อยอยู่แล้ว 1,500 บาท ได้หนังสือประมาณ 5-6 เล่ม ตอนนี้หนังสือนิยาย วรรณกรรม สืบสวน สอบสวน การ์ตูน ยังครองแชมป์อยู่
เมื่อถามว่า ปัจจุบันแม้ E-book จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่หนังสือรูปเล่มก็ยังได้รับความนิยมอยู่มาก ทราบว่าบางโรงพิมพ์ผลิตหนังสือกันไม่ทัน?
นายณัฐกรกล่าวว่า ตอนนี้ทุกคนแข่งกันด้วยรูปเล่ม ตกแต่งขอบหนังสือให้เป็นลวดลาย ตอนนี้โรงพิมพ์ทำกันไม่ทัน โรงพิมพ์บางโรงพิมพ์ซื้อเครื่องมาเพิ่มเพื่อที่จะทำขอบหนังสือให้สวยงามขึ้นโดยเฉพาะ ตนมองว่าเป็นมิติใหม่ เป็นความคุ้มค่าทางจิตใจอีกอย่างหนึ่งไม่ใช่แค่อ่านอย่างเดียว และทำให้เกิดการแข่งขันสูงด้วย เพราะว่าถ้าเฉลี่ย 1,500 บาทต่อคน หนังสือออกใหม่ 1,000 ปก ก็แย่งกัน ถ้าพูดกันง่ายๆ มันเกิดการแข่งขันสูงมากซึ่งผู้บริโภคคือผู้รับประโยชน์ ทุกคนอยากได้เนื้อหาในการอ่านที่ดีอยู่แล้วแต่ยังไม่รู้เพราะยังไม่เคยอ่าน แล้วปกจะช่วยดึงดูดคนให้สนใจและพลิกไปอ่านเนื้อหาในข้างหลังปกนั้นได้
“คุณภาพของหนังสือผมว่าเนื้อหาของหนังสือในงานนี้หนังสือดีๆทั้งนั้น ถ้าท่านเป็นคนรักหนังสือเหมือนเดินของอยู่ร้านของเล่น ผมก็ซื้อไปเยอะมาก ผมก็งงว่าผมมาซื้อหรือมาขายเพราะผมเอาไปเยอะมาก แต่มันมีความสุข แต่ละร้านมีแต่หนังสือดีๆ เราเห็นหนังสือเติบโตไปในทางที่ดีมันเป็นความอิ่มใจ” นายณัฐกร กล่าว
นายณัฐกร ทิ้งท้ายว่า ครั้งหน้างานหนังสือจะต้องดีกว่าเดิม ตอนนี้ความคาดหวังมาแล้ว ตนเดินไปถามท่านผู้บริหารหลายๆท่านทุกคนมีความสุขและเริ่มมีความคาดหวังแล้วว่าคราวหน้าอย่าให้น้อยกว่าคราวนี้ซึ่งมันจะขึ้นไปตลอด ซึ่งตนชอบเพราะมันดีขึ้น คณะผู้บริหารหวังมากขึ้น และเราก็ต้องทำงานหนักขึ้น