เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังให้เช่าในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง หลังได้รับแจ้งพบการขนส่งตู้สินค้าและวัตถุต้องสงสัยคล้ายกากของเสียอุตสาหกรรมเข้ามากองเก็บ ผลตรวจสอบพบวัสดุรีไซเคิลหลายประเภทปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมติดตั้งเครื่องจักรสำหรับคัดแยกและบดย่อยวัสดุ ซึ่งเข้าข่ายการประกอบกิจการโรงงาน แต่ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานได้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอายัดของกลางไว้แล้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลหาแหล่งที่มาของสินค้า
ด้าน นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ต.ค. เวลา 09.30 น. กรมควบคุมมลพิษ โดยศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง (ศคพ.ระยอง) กองตรวจมลพิษ ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรม จ.ระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ระยอง ศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังให้เช่าของบริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด หมู่ที่ 1 ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา ซึ่งมีโกดังทั้งหมด 15 แห่ง โดยสามารถเข้าตรวจสอบได้ 5 แห่ง ได้แก่ โกดังที่ 7, 8, 10, 12 และ 14 โดยผลการตรวจสอบพบการกองเก็บวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหลายประเภท ได้แก่ สายไฟ พลาสติก เศษอะลูมิเนียม เศษกระดาษ เศษไม้ และเศษเหล็ก รวมถึงแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ปะปนอยู่กับวัสดุดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบเครื่องร่อนแยกขนาด เครื่องบดย่อย และเครื่องร่อนแยกทองแดงแบบใช้น้ำ ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายการประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน แต่ขณะตรวจสอบไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ได้
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า ในการดำเนินการ กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรม จ.ระยอง เก็บตัวอย่างกากของเสียภายในโกดังที่ 14 จำนวน 14 ตัวอย่าง และตัวอย่างน้ำทิ้งจากบ่อบริเวณด้านหน้าโกดัง จำนวน 1 ตัวอย่าง เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ ขณะที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้อายัดสิ่งของที่ตรวจพบภายในโกดังทั้ง 5 แห่งไว้แล้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คณะตรวจสอบยังพบป้ายกำกับกองกากของเสียภายในโกดังที่ 8 ซึ่งระบุหมายเลขตู้สินค้านำเข้าจากต่างประเทศและน้ำหนักสินค้า อาจเป็นเบาะแสสำคัญในการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัสดุ คพ. จึงจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลบริษัทเจ้าของสินค้า บริษัทผู้รับขนส่ง และแหล่งที่มาของตู้สินค้า ตลอดจนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำพยานหลักฐานไปประกอบการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและป้องกันความเสี่ยงจากการจัดเก็บหรือจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตามพยานหลักฐานและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด.