คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangระยอง · เปลี่ยน

กรมศุลกากร ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีขยะอิเล็กทรอนิกส์ จังหวัด ...

ที่มา: เดลินิวส์

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีข้อสั่งการให้กรมศุลกากรปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเด็ดขาด และตรวจเรือและตู้สินค้าอย่างเข้มงวด หลังพบขยะพิษและโรงงานแปรรูปผิดกฎหมายในจังหวัดระยองและปราจีนบุรี กรมศุลกากรจึงได้ดำเนินการตรวจสอบและขยายผลกรณีดังกล่าว พร้อมยกระดับมาตรการสกัดกั้นและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว

สำหรับกรณีจังหวัดระยอง ตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ที่ปรากฏในภาพข่าวเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าจำนวน 5 ตู้ จากประเทศสเปน ซึ่งสำแดงเป็นเศษโลหะและออกจากท่าเรือแหลมฉบังแล้ว โดยขณะนี้ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นของเสียตามอนุสัญญาบาเซลฯ หรือไม่ ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้ขยายผลและอายัดสินค้าของผู้นำเข้ารายเดียวกันเพิ่มเติมอีก 9 ตู้ น้ำหนักกว่า 223 ตัน เพื่อตรวจสอบต่อไป

กรณีจังหวัดปราจีนบุรี พบความเชื่อมโยงกับสินค้านำเข้าจำนวน 8 ตู้จากสหรัฐอเมริกา และจากการขยายผล พบใบขนสินค้าเพิ่มเติมอีก 5 ฉบับ จึงอายัดสินค้าที่เกี่ยวข้องอีก 5 ตู้ น้ำหนักเกือบ 100 ตัน เพื่อตรวจสอบและพิจารณาดำเนินคดี

สำหรับตู้สินค้าที่เครือข่าย Basel Action Network (BAN) แจ้งข้อมูลจำนวน 748 ตู้ เมื่อตัดข้อมูลซ้ำแล้วเหลือ 720 ตู้ ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ได้เข้าประเทศไทย 440 ตู้ ตรวจแล้วไม่เป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลฯ 187 ตู้ และพบความผิด 89 ตู้ ซึ่งส่งกลับแล้ว 75 ตู้ และอยู่ระหว่างดำเนินคดี 14 ตู้ ขณะที่อีก 4 ตู้อยู่ระหว่างอายัดตรวจสอบ รวมตู้สินค้าที่ยังคงควบคุมไว้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 18 ตู้

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรได้มีมาตรการเร่งด่วน โดยยกระดับการตรวจสอบตู้สินค้าที่สำแดงเป็นเศษโลหะและสินค้ากลุ่มเสี่ยงที่ต้องผ่านการเปิดตรวจทางกายภาพ (Physical Examination) ทุกตู้ โดยนำสินค้าออกจากตู้เพื่อตรวจสอบ และไม่ใช้ภาพเอกซเรย์เป็นเหตุในการตรวจปล่อยเพียงอย่างเดียว หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางโดยผู้นำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ควบคู่กับการตรวจสอบย้อนหลังผู้นำเข้ากลุ่มเสี่ยง

ความคิดเห็น