IMF เปรียบ เอไอ สึนามิเคลื่อนตัวช้า ดันโลกโต 3% แต่ฉุดจ้างงาน
ดร.คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ในหัวข้อ WBG Flagship: Small AI: More and Better Jobs เปิดเผยว่า เอไอเป็นเสมือนสึนามิที่เคลื่อนตัวช้า โดยมองว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วอาจก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจราว 3% ขณะที่สังคมสูงวัยกำลังเกิดขึ้น การเติบโตเพียง 1% จากเอไอ จะชดเชยส่วนนี้ได้
ดร.กอร์เกียวา กล่าวว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้วอาจทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นราว 3% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวฉุดลงจากวิกฤตพลังงาน แต่นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น คลื่นต่อไปของเอไอคือการนำมาปรับใช้ที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้ทุกคนเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น อย่างไรก็ดี เราต้องมั่นใจว่าเกิดความเป็นธรรม ทั้งการเข้าถึงไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล รวมทั้งภาครัฐต้องให้การคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชนด้วย เพื่อให้การปรับใช้นั้นได้ผลดี
“ฉันยอมรับว่าเมื่อมองไปยังอนาคต มันก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไร แต่ในเอเชีย สำหรับประเทศพัฒนาแล้ว สามารถโตได้ 0.5-1% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่สูงมาก หรือในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่ที่ 0.2-0.8% ขณะที่หลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเติบโต 1% จากเอไอจะชดเชยได้หรืออาจจะเกินกว่านั้น” ดร.กอร์เกียวา กล่าว
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือเราจะแก้ไขอย่างไร ได้แก่ เรื่องที่ 1 เราต้องศึกษาอย่างระมัดระวังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดแรงงานและวิเคราะห์ เราทำการศึกษาในสหรัฐฯ พบว่า งานกว่า 10% ต้องการใช้ทักษะเอไอ ทักษะขั้นสูงเพื่อรับเงินที่มากขึ้น
รวมทั้งงานที่ต้องทำอะไรซ้ำๆ กำลังลดลง ขณะที่งานรายได้ต่ำกำลังเพิ่มขึ้น เช่น การก่อสร้าง ดาต้าเซ็นเตอร์ และงานบริการ แม้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้เป็นผลบวกแต่ยังยินดีกันไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นงานที่รายได้ต่ำ และเราจะพบว่าคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานอาจไม่สามารถเข้ามาทำงานซ้ำๆ ง่ายๆ และค่อยๆ ไต่ขึ้นสู่งานตำแหน่งสูงได้ ถ้างานซ้ำๆ เหล่านี้หายไป ฉันเชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากทำงานเป็นบาริสตาร์
ส่วนเรื่องที่ 2 รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบในการให้การศึกษาที่เหมาะกับยุคเอไอ รวมทั้งการเรียนรู้ตลอดชีวิตกลายเป็นสิ่งสำคัญ
ขณะที่เรื่องที่ 3 ต้องคำนึงถึงพื้นที่ทางการคลังด้วย เพราะรัฐบาลจัดเก็บรายได้จากภาษีเสียส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าเอไอเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงาน จะทำให้มีแรงงานน้อยกว่าทุน แล้วเราจะเก็บภาษีและจัดเก็บรายได้ได้อย่างไร บทบาทที่สำคัญคือเราจะช่วยสังคมปรับตัวเข้ากับเอไออย่างไร
“สึนามิที่เคลื่อนตัวช้านี้ วันนี้เราไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดในอีก 5 ปีได้ แต่เราสามารถประเมินอย่างระมัดระวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้” ดร.กอร์เกียวา กล่าว
ดร.กอร์เกียวา กล่าวว่า ในอนาคต เราควรนำเอไอมาใช้ทำงานที่เราไม่อยากทำ แล้วให้เรามีเวลาทำในสิ่งที่เรารักมากขึ้น โดยที่สิทธิของเรายังอยู่