ราชบุรีระดมเครื่องสูบน้ำ 24 นิ้ว รับมือน้ำแม่กลองเพิ่ม ชาวบ้านเร่งขนของขึ้นที่สูง
ราชบุรีเร่งเสริมแนวป้องกัน–ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ หลังเตือนเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง 2,000 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ชาวบ้านริมน้ำเร่งขนทรัพย์สินหนีน้ำ
วันที่ 29 ก.ย.69 บรรยากาศที่บริเวณประตูน้ำสะพานดำ คลองฝรั่งในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี เต็มไปด้วยหลายหน่วยงานทั้งหน่วยทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ที่ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ บางคนกำลังพักกินข้าวเพื่อเตรียมทำงานต่อ บางคนได้ช่วยกันกรอกทรายใส่กระสอบเตรียมมาวางกั้นมวลน้ำบริเวณเขตบ้านเรือน เขตถนนติดริมแม่น้ำแม่กลอง และช่วยกันประกอบท่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จากการประสานงานของ นายมานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี ที่ประสาน เข้ามาช่วยเหลือเตรียมสูบน้ำออกจากท่อระบายน้ำของเทศบาลเมืองราชบุรี ในช่วงกลางดึกของคืนนี้ หลังได้รับการประสานจากสำนักงานชลประทานที่ 13 และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี แจ้งเตือนการปรับการระบายน้ำเพิ่มอีกเป็น 2000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบให้พื้นที่ท้ายน้ำของ อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี อ.บ้านโป่ง อ.โพธาราม อ.เมือง อ.วัดเพลง อ.ดำเนินสะดวก และอำเภอใกล้เคียงของ จ.ราชบุรี ตลอดจน อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำดังกล่าว โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งขณะนี้ได้เร่งขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง บางคนได้นำปูนมาโบกกั้นพื้นที่หน้าบ้านเพื่อไม่ให้น้ำเข้าด้านใน และยังนำกระสอบทรายมาวางกั้นขวางทางน้ำไว้เตรียมรับมือกับมวลน้ำใหญ่ที่กำลังจะเดินทางมาถึงในช่วงกลางดึกคืนนี้
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี กล่าวว่า ได้ประสานนำเครื่องสูบน้ำจากกรมทรัพยากรภาค 7 น้ำมาติดตั้งช่วยเหลือพื้นที่เทศบาล เพื่อป้องกันพื้นที่ชั้นในของเทศบาล ซึ่งหากไม่ใช้เครื่องสูบน้ำก็จะส่งผลทำให้น้ำจากด้านนอกดันเข้าท่อด้านในแล้วไปผุดเข้าไปท่วมในพื้นเมืองราชบุรีได้ จากที่ได้รับข้อมูลว่ามีการปล่อยน้ำมาประมาณ 2000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งพรุ่งนี้อาจจะแตะอยู่ที่ 3000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่ามวลน้ำจะมาถึงราชบุรี 5 ทุ่ม - เที่ยงคืนนี้
สิ่งที่น่าห่วงตอนนี้คือ เขื่อนแม่กลองมีการระบายน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทาง ปภ.ส่งข้อความมาแล้วจะแตะถึงระดับ 3000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 2000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีถูกปล่อยออกมาเมื่อตอนประมาณ 13.00 น. ระดับน้ำของเขื่อนแม่กลองที่ 2000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีจะมาเจอที่อำเภอเมืองราชบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 - 10 ชั่วโมง ตอนนี้มวลน้ำที่ปล่อยออกมายังมาไม่ถึงที่ราชบุรี ดังนั้นชาวบ้านอาจจะต้องระวังขอให้ยกของขึ้นที่สูงก่อน
ด้วยความที่ระดับน้ำแม่น้ำแม่กลองสูงมากกว่าพื้นที่ภายใน ทำให้ทุกเขต เขตเทศบาล เขต อบต. ทั้ง อบต.บางป่า อบต.คุ้งกระถิน อบต.คุ้งน้ำวน ต้องปิดประตูน้ำทุกบาน พื้นที่ที่จะตั้งเครื่องสูบน้ำได้ก็ต้องเร่งดำเนินการสูบออกแม่น้ำแม่กลอง อย่างที่เห็นที่บริเวณประตูน้ำสะพานดำมีการเสริมความสูงของบานประตู ถ้าระดับน้ำของแม่น้ำแม่กลองสูงกว่า ก็เอาขอนไม้ต่อเสริมให้สูงขึ้น แล้วใช้เครื่องสูบน้ำช่วยสูบออก ตอนนี้มี 2 เครื่อง เป็นของเทศบาลเมืองราชบุรี และตัวใหญ่ขนาด 24 นิ้วของกรมทรัพยากรน้ำภาค 7 มาช่วยเสริม จะมีประสิทธิภาพ 5 เท่า เมื่อเทียบกับเครื่องสูบน้ำของเทศบาลเมือง จึงเป็นการเฝ้าระวังพื้นที่ชั้นในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ถ้าหากปล่อยให้ระดับน้ำแม่น้ำแม่กลองสูงแล้วดันเข้ามาในคลองฝรั่ง จึงมีโอกาสที่น้ำจะดันกลับเข้าไปยังท่อตามบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ได้
ช่วงบ่าย นางสาวกุลวลีพร้อมนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนในชุมชนบ้านท่าเสา ชุมชนวัดมหาธาตุ และวัดช่องลม พบว่าผู้ป่วยและผู้สูงอายุบางส่วนยังไม่ยอมย้ายออกจากบ้าน แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าไปแจ้งเตือนถึงแนวโน้มระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่กังวลว่าหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นในช่วงกลางคืน การเข้าช่วยเหลืออาจทำได้ยาก จึงขอให้ประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ในบ้านซึ่งมีน้ำท่วม รีบแจ้งผู้นำชุมชนเพื่อเตรียมการช่วยเหลือ โดยจากการลงพื้นที่พบว่าหลายครัวเรือนยังต้องการพักอยู่ในบ้านและขอรับถุงยังชีพเพื่อดำรงชีวิตในช่วงน้ำท่วม
ส่วนพื้นที่เทศบาลตำบลหลักเมืองซึ่งอยู่ติดแม่น้ำแม่กลอง เริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ประชาชนเร่งขนย้ายที่นอน ตู้เย็น พัดลม เครื่องซักผ้า และสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูงหรือย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย ขณะที่บางครัวเรือนขนย้ายไม่ทัน ทำให้ทรัพย์สินบางส่วนได้รับความเสียหายจากน้ำ
หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบคือ นางเพ็ญพิมล ฐิตะกุลการ อายุ 69 ปี ชาวตำบลโคกหม้อ ซึ่งมีปัญหาสุขภาพหลายด้านและเดินไม่สะดวก โดยยังยืนยันว่าจะพักอยู่ที่บ้านก่อน และหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจริงจึงจะตัดสินใจย้ายออก
ชาวบ้านอีกรายเล่าว่า เมื่อประมาณปี 2539 เคยเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ระดับน้ำสูงจนท่วมกำแพงบ้านที่ก่อด้วยอิฐบล็อก 7 ก้อน เหลือพ้นน้ำเพียง 1 ก้อน และต้องไต่อิฐออกไปรับอาหารจากผู้ที่นำมาช่วยเหลือ พร้อมยอมรับว่ายังกังวลว่าสถานการณ์น้ำในปีนี้จะรุนแรงใกล้เคียงกับครั้งนั้นหรือไม่ จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป